วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Choew Lan Dam, THAILAND. ภาพมุมกว้างเหนือเขื่อนเชี่ยวหลาน กุ้ยหลินเมืองไทย


CHEOW LAN DAM (RACHAPRAPHA DAM) , 
SURAT THANI, THAILAND
OFFICIAL NAME : RAJJAPRABHA DAM
泰国素叻府万打坤 CHEOW LAN 水坝。
正式名称有两种写法:RACHAPRAPHA DAM  
及  RAJJAPRABHA DAM
ภาพจากเหนือเขื่อนรัชชประภา  ที่คนทั่วไปนิยมเรียกว่า 
เขื่อนเชี่ยวหลาน  ณ บ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
















ภาพมุมกว้างถ่ายจากสันเขื่อนเชี่ยวหลาน กับ พาหนะที่พาเราเดินทางไปทุกที่ทั่วประเทศไทย










หมู่ช้าง (ปูน) ที่ปั้มน้ำมันก่อนถึงเขื่อนเชี่ยวหลาน



ราคาน้ำมันในวันนั้น ลิตรละ 40.38 บาท


การเดินทางไปเขื่อนเชี่ยวหลาน
ใช้เส้นทาง 41  แล้วเลี้ยวเข้าเส้นทาง 401  ที่เขียนว่าไปภูเก็ต



ผ่านคีรีรัฐนครไปอีกประมาณ 20 กม.
ถึงบ้านตาขุน มีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาไปเขื่อนรัชชประภา



ชื่อภาษาอังกฤษของเขื่อนรัชชประภาที่ทางการไฟฟ้าเขียนไว้ คือ
RAJJAPRABHA DAM

แต่เห็นในเน็ตส่วนใหญ่จะเขียนว่า

RACHAPRAPHA DAM 


ผ่านเข้าไปในบริเวณเขื่อนแล้ว



















เหนือเขื่อนเชี่ยวหลานมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์



ภาพบนนี้เป็นร้านอาหารที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพเหนือเขื่อนได้รอบๆ เป็นทำเลที่ดีที่สุด
แต่เราไม่ได้ทานร้านนี้   











มีเรือบริการนำนักท่องเที่ยวออกไปชมทิวทัศน์ที่งดงามของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนที่มีสมญา "กุ้ยหลินเมืองไทย"  
แต่วันนั้นเราไม่ได้นั่งเรือออกไป 
สอบถามค่าบริการไว้ก่อน  ค่าเรือ 1800 บาท / 4 คน




บริเวณท่าเรือ มีที่ฝากจอดรถค้างคืน (กลางแจ้ง-ตากแดด)





วางแผนการเดินทางไว้ว่าจะมาทานอาหารเที่ยงที่เขื่อนเชี่ยวหลาน  
ก่อนมาได้หาข้อมูลไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมาทาน "ร้านกุ้ยหลิน" 
ที่มีคนแนะนำไว้ในเน็ต

แต่สอบถามจากเจ้าหน้าที่ดูแลเขื่อน  จึงทราบว่าร้านกุ้ยหลินปิดบริการอยู่  ก็ไม่ทราบว่าปิดไปเลย หรือว่าปิดชั่วคราว

ขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ว่าแถวนี้มีร้านไหนอร่อยบ้าง 
เขาก็แนะนำเป็นร้าน "ครัวคุณเล็ก" ซึ่งอยู่่ด้านล่างของเขื่อน 




ทางเข้าครัวคุณเล็ก จะเป็นทางเล็กๆ มองจากถนนด้านนอกไม่เห็น ป้ายข้างถนนก็ไม่ชัดเจน  ห่างจากป้อมทางเข้าฯ  ไม่ไกลนัก  สามารถสอบถามทางจากเจ้าหน้าที่ตรงทางเข้าได้  จะได้ไม่ต้องไปวนกลับรถ



ใบเหนียงกะทิกุ้ง  


ปลากระพงทอดน้ำปลา เมนูประจำของครอบครัว





ร้านครัวคุณเล็กนี้  รสชาติอาหารอร่อย  ไม่แพง  4 คนทานไป 700 กว่าบาท 
บรรยากาศแบบบ้านๆ ตั้งอยู่ริมธารน้ำที่ไหลมากจากเขื่อนเชี่ยวหลาน  ทานข้าวในบรรยากาศที่เห็นน้ำใสๆ ไหลเอื่อยๆ     




ต้องบันทึกไว้อีกเรื่องหนึ่ง คือ 
เรื่องสภาพอากาศปลายปี 2013 ของภาคใต้ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ปีนี้เป็นครั้งแรกที่เรามาเที่ยวภาคใต้ช่วงปีใหม๋แล้วเจออากาศหนาวเย็นจนต้องพันผ้าพันคอและใส่เสื้อหนาว

เราเห็นคนใส่เสื้อหนาวกันทุกที่ที่ผ่าน  ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์  ชุมพร สุราษฎร์ พังงา กระบี่ ฯ 

อุณหภูมิวันนั้น ตอนเช้าอยู่ที่ประมาณ 18 - 19 องศา 
อุณหภูมิวันนั้น ตอนเช้าอยู่ที่ประมาณ 17 - 18 องศา 
ซึ่งหนาวเย็นเป็นประวัติการณ์ของภาคใต้ในรอบหลายสิบปี







Flag Counter



Flag Counter

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บางคล้า (4) อาหารเจ้าอร่อย ขนมขึ้นชื่อ และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ตุลา 2556


3 ชั่วโมงครึ่ง ที่บางคล้า

ในเวลาจำกัดแค่สั้นๆ 3 ชั่วโมงครึ่งที่มีโอกาสไปบางคล้าเป็นครั้งแรก ในวันที่ 31 มกราคม 2557

ได้รับความกรุณาจากเจ้าถิ่นจัดเต็มให้
ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศที่ร่มรื่น ชมชีวิตค้างคาว  ชมสถานโบราณและเรื่องราวประวัติศาสตร์ไทยที่คนไทยควรรู้

ได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชน  เศรษฐกิจของบางคล้า
และช่วงเวลาที่ชาวบางคล้าร่วมแรงร่วมใจฝ่าวิกฤตภัยน้ำท่วมที่หนักหนาสาหัสในเดือนตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา

รวมถึงได้ชิมอาหารและขนมอร่อย ครบเครื่องตามคำขวัญของเมืองบางคล้าที่มีว่า 
บางปะกงคู่ชีวี   พระสถูปเจดีย์คู่ถิ่น  ศาลพระเจ้าตากสินคู่บ้าน
อาหารคาวหวานคู่เมือง   ลือเลื่องค้างคาววัดโพธิ์  




 ณ ที่ทำการอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 

ท่านนายอำเภอบอกว่าให้จอดรถตรงนี้ก่อน (ชั่วคราว)  
อ้าว หันไปเห็นป้าย -  ที่จอดรถคนพิการ !

ฮาฮา เราได้รับสิทธิพิเศษจอดรถตรงที่จอดรถคนพิการ

ภาพนี้สะท้อนให้เห็นว่าอำเภอนี้ให้ความสำคัญและใส่ใจบริการคนพิการ
มีการจัดที่จอดรถไว้สำหรับคนพิการเป็นพิเศษ


 ที่ทำการอำเภอหันหน้าเข้าหาแม่น้ำบางปะกง ชั้นบนจึงมองเห็นสายน้ำบางปะกงที่ไหลเื่อื่อยอย่างสงบ 
มองไปด้านหน้าของภาพถ่ายนี้  หลังคาสีฟ้าคือ ตลาดน้ำบางคล้า (เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ

หน้าอำเภอมีธงชาติอาเซียนด้วย


  เป็นอำเภอที่น่ารัก 



 ที่บันไดชั้นสอง


แผนที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา อยู่ห่างจากเมืองฉะเชิงเทรา 25 ก.ม.


 มาดูแผนที่นี้  ถึงจะรู้ว่าเราอยู่ตรงไหน มาจากทางไหน รอบๆ มีอะไรบ้าง
แม่น้ำบางปะกงช่างคดเคี้ยวหลายโค้งมาก

 

ขาไป รถติดช่วงทำทางจากเส้นบางนาตราด - ฉะเชิงเทรา
กว่าจะถึงบางคล้าก็เที่ยง 15 แล้ว
ท่านนายอำเภอพรเลิศ โชคชัย กับท่านปลัดอำเภอบังเอิญ (คุณเป็ด)
บอกจะพาเราไปทานที่ร้านอร่อยของบางคล้า
(ชอบเลยค่ะ ร้านอร่อย ไปไหนก็ชอบหาของอร่อยอยู่แล้ว แต่เที่ยวนี้ไม่ได้หาข้อมูลไว้ก่อน) 


นายอำเภอเล่าว่า ร้านเถ้าแก่ชื้อ (ซิ้มฮวดเฮง) ตั้งมานานแล้วตั้งแต่รุ่นปู่คือตัวเถ้าแก่ชื้อเอง 
ปัจจุบันรับช่วงบริหารร้านโดยหลานของเถ้าแก่ชื้อ

ตอนไปถึงที่ร้าน ทางเจ้าของร้านพอทราบว่านายเภอมาก็ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง

นายอำเภอให้เกียรติเลี้ยงข้าวและสั่งอาหารจานเด็ดของร้านนี้ให้ชิม  
กุ้งแม่น้ำทั้งสดทั้งตัวใหญ่มากๆ ล้นออกมาจากหม้อเลย



เอนทรี่ที่แล้ว บล็อกเกอร์  kratenUan เห็นภาพแล้วถามว่า
กุ้งดูตัวใหญ่เพราะจากมุมกล้องหรือเปล่า
ไม่ใช่ดูใหญ่เพราะมุมกล้องนะคะ  ตัวใหญ่จริงๆ ค่ะ
ตอนเขายกมา ร้อง "โอ้โห ทำไมตัวใหญ่อย่างนี้ ขอถ่ายรูปหน่อย" 
รสชาติเครื่องต้นยำหม้อนี้อร่อยถูกปากมากๆ  
   

  
แฮ่กึ๊นกุ้งนาง  นี่ก็จานเด็ดขึ้นชื่อของที่ร้านนี้  ทอดได้กรอบกำลังดี รสชาติอร่อยไม่รู้จะบรรยายอย่างไร 


จานนี้เรียกว่า หมูแดง 
ท่านปลัดเป็ดน่ารัก ให้เกียรติตักอาหารโน่นนี่ให้ชิมตลอด  ขอบคุณจากใจค่ะ
  
อาหารแนะนำของร้าน จากป้ายข้างล่างนี้นะคะ 

 

 ที่ร้านมีป้ายสมาคมชาวจีนฮกเกี้ยนแขวนอยู่ ดิฉันเดาว่า เถ้าแก่ชื้อ น่าจะมีเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน 



 ทานข้าวเสร็จ  ท่านพาเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม  
เป็นร้านขายขนมเปี๊ยะชื่อดัง ของดีเมืองบางคล้าอีกอย่างหนึ่ง 

ตั้งเซ่งจั้ว

 

 ป้ายภายในร้านตั้งเซ่งจั้ว บางคล้า  บนป้ายชื่อร้านมีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงช่วงทรงครองราชย์ครบ 60 ปี
 ในร้าน มีภาพจำลองป้ายร้านเก่าเดิม 

 

กล่องขนมออกแบบสวยงาม  
ท่านนายอำเภอและท่านปลัดซื้อฝากเราหอบกลับมาหลายกล่องมาก
เกรงใจจริงๆ  แต่รับไว้หมดเลย 



    บัวหิมะ สีเขียวมรกตนี้ อร่อยมากค่ะ  แป้งนุ่มมาก  
มีบางลูกปั้มเป็นอักษรจีนตัว ฝู ที่แปลว่าความสมบูรณ์พูนสุข วาสนาดี 

 ขนมเปี๊ยะไส้ฟัก กับ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้โหงวยิ้งก็อร่อยมากค่ะ



 ขอบคุณท่านปลัดบังเิอิญ (คุณเป็ด) ที่พามา เลือกขนมอร่อยฝากเราเอากลับบ้าน  
 
  
          วิถีชีวิตชุมชนและเศรษฐกิจของบางคล้า
          ท่านนายอำเภอพรเลิศเล่าว่า บางคล้าเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจดี  ของดีที่ขึ้นชื่อนอกจากจะเป็นกุ้งนาง กุ้งน้ำจืดที่ได้จากการประมงน้ำจืดแล้ว  ยังขึ้นชื่อเรื่องมะม่วงอร่อยเนื่องจากดินดีอีกด้วย  
          ที่นี่ยังเป็นแหล่งใหญ่ในการป้อนเนื้อหมูให้กับตลาดกรุงเทพฯ ฯลฯ  
          ประชากรรวมของบางคล้าปัจจุบันมี 45,000 กว่าคนตามทะเบียน

วิบากกรรมน้ำท่วมใหญ่บางคล้า  ตุลาคม 2556        
เดือนตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา (คือเมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว)  ชาวบางคล้าต้องร่วมกันฝ่าวิบากกรรมน้ำท่วมรุนแรงหนักสุดในรอบหลายสิบปี
น้ำในแม่น้ำบางปะกงที่เราเห็นสงบนิ่งไหลเอื่อยๆ ในยามปกตินั้น  ได้เอ่อล้นสองฝั่งท่วมบ้านเรือนเทือกสวนไร่นาของชาวบ้านเสียหายอย่างหนัก  สูญเสียชีวิตไปหลายสิบคน  ถนนพัง พืชผลสัตว์เลี้ยงเสียหาย สวนมะม่วงที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของบางคล้าเสียหาย น้ำท่วมสูงกว่า 1.20 เมตร  หลายพื้นที่ถูกตัดขาด 
ชาวบ้านเดือดร้อนแสนสาหัส   หน่วยงานองค์กรทุกหน่วยของรัฐและเอกชนของบางคล้าต้องทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน  โดยเฉพาะนายอำเภอและทีมงานที่มีหน้าที่ดูแลชาวบ้านโดยตรง 
นายอำเภอเล่าว่า วิกฤตช่วงนั้น หนักจริงๆ  มีปัญาหาหนักๆ เข้ามาทุกชั่วโมง  ไหนต้องแจกจ่ายของช่วยเหลือให้ทั่ว ไหนต้องคอยคุยกับกลุ่มชาวบ้านที่ต้องการพังทำนบกั้นน้ำ  ไหนต้องจัดการเรื่องดูแลความปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่และคณะต่างๆ ที่ต้องการลงพื้นที่ช่วงน้ำท่วม ฯลฯ 
จากการที่นายอำเภอได้ชี้ให้ชาวบางคล้าเห็นว่า การพังทำนบกั้นน้ำให้ระบายน้ำออกจากพื้นที่้น้ำท่วมหนัก จะมีผลทำให้น้ำในพื้นที่ที่ท่วมอยู่ลดระดับลงประมาณ 4 ซม. แต่น้ำจะไหลท่วมโรงพยาบาลบางคล้าภายในเวลา 2 ชั่วโมง   ก็จะไม่สามารถช่วยชีวิตคนได้ในกรณีฉุกเฉินอีก  (พวกเราจะเอาแบบนี้หรือ ?)
ชาวบางคล้าก็ไม่ได้พังทำนบ  ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือกันจนผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมด้วยกันในที่สุด

(ขอบคุณภาพล่างนี้จากเฟชบุ๊ก  https://www.facebook.com/8rewflood ค่ะ)

  
ภาพล่าง ขอแชร์มาจาก ไทยรัฐออนไลน์ 10 ตุลาคม 2556  http://www.thairath.co.th/content/edu/375357

 

ภาพมุมสูง น้ำท่วม บริเวณวัดปากน้ำ อุโบสถสีทอง  ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา 10 ตุลาคม 2556
http://program.springnewstv.tv/18969



 เปรียบเทียบกับภาพล่าง ภาพวัดปากน้ำ ที่เหล่าซือถ่ายไว้ในวันที่ 31 มกราคม 2557 


ภาพล่างนี้ เป็นภาพน้ำท่วมเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2556   บริเวณตรงข้ามวัดปากน้ำ ที่มีอุโบสถสีทอง  
ขอแชร์มาจาก http://www.wefinn.com/content.php?content_id=001226



 เปรียบเทียบกับภาพที่เหล่าซือถ่ายเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2557  



  แต่ตอนที่เขียนอยู่นี้  บางคล้าแล้งมาก
การมาบางคล้าครั้งนี้  เหมือนได้มาเรียนวิชาประวัติศาสตร์ สังคม ท่องเที่ยว  มีแถมอาหารอร่อยด้วย
................................................................


.................................................
ข้อมูลเพิ่มเิติมเกี่ยวกับบางคล้าต่อไปนี้
เป็นส่วนที่เหล่าซือขอแชร์มาจากเว็บไซต์ คุ้มครองบางคล้า 
http://savebangkhla.wordpress.com/100years/
        “บางคล้า” เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยนาไร่ และสวนผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น สับปะรด มะพร้าว มะม่วง ฯลฯ ซึ่งแต่ละชนิดก็มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่ว แผ่นดินผืนนี้เป็นที่ตั้งรกรากของบรรพบุรุษชาวบางคล้า ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนสืบทอดกันมาช้านาน วิถีชีวิตของชุมชนเก่าแก่แห่งนี้มีความเป็นอยู่อย่างสงบ เรียบง่าย ต่างทำมาหากิน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันทุกคนมีความรักใคร่ปรองดองให้ความนับถือดุจพี่น้อง ดั่งเครือญาติ 
        แผ่นดิน แผ่นน้ำที่เป็นบางคล้าขณะนี้มีความเป็นมายาวนนานถึง ๑๐๐ ปี ทุกที่มีประวัติทุกกลุ่มชนมีวิถีชีวิตที่จะดำรงด้วยภูมิปัญญาของตนและมีวิธีแสวงหาทรัพย์โดยการประกอบอาชีพตามสิ่งแวดล้อมอำนวย ผลิตผลจากหลายอาชีพจัดเป็นของดีบางคล้าที่มีผู้มาเยือนนิยมซื้อติดมือกลับบ้าน
        จาก การศึกษารวบรวมข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์และจากากรสอบถาม สัมภาษณ์ท่านผู้ใหญ่หรือผู้เฒ่าผู้แก่แล้วนำมาพิจารณาเปรียบเทียบกับพงศาวดาร ตำนานพื้นบ้านในท้องถิ่นหรือหลักฐานอื่นๆ จึงสรุปได้ว่าคนบางคล้านั้น มีความภาคภูมิใจในแผ่นดินและบรระบุรุษของตนเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมรับใช้แผ่นดิน เมื่อครั้งที่พระเจ้าตากสินมหาราชทรงสร้างพระวีรกรรมต่อต้านศัตรูที่มาตั้งค่ายยึดมั่นอยู่บริเวณปากน้ำโจ้โล้ แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานหลายชั่วอายุคน แต่ก็ยังตราตรึงในความทรงจำของคนบางคล้าอยู่จนทุกวันนี้
        นอกจากนี้ ยังมีสินค้าของฝาก เช่น ขนมเปี๊ยะ และผลไม้ประจำถิ่นที่ได้รับการยอมรับ  ในเรื่องของรสชาติ ความอร่อย หวานมัน คือมะม่วงสายพันธุ์ต่างๆ มะพร้าวน้ำหอม น้ำตาลสด  เป็นต้น
.....................................
ภาพล่างนี้ เหล่าซือไม่ได้ถ่ายเอง  ขอแชร์มาจากเว็บไซต์เทศบาลตำบลบางคล้า 
ประตูสู่บางคล้า อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ปากทางเข้าเมือง
   
แผนที่บางคล้า
ร้านอาหาร ร้านขนม  สถูปเจดีย์พระเจ้าตาก วัดปากน้ำ วัดโพธิ์-บางคล้า 

ขอบคุณแผนที่เดินทาง จากเว็บไซต์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

Flag Counter


Flag Counter

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บางคล้า (3) สถูปเจดีย์ อนุสรณ์สู้รบของกองทหารพระเจ้าตากสินกับทัพพม่าเมื่อ 200 กว่าปีก่อน


 ไปยืนอยู่ ณ จุดสู้รบในอดีตเมื่อ 200 กว่าปีก่อนที่ชี้ขาดประวัติศาสตร์ไทย

ดิฉันใช้หัวเรื่องแบบนี้ ไม่ทราบว่าจะได้หรือเปล่า แต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

(ท่านผู้รู้ประวัติศาสตร์กรุณาช่วยเพิ่มเติมด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ )

...............................................

3 ชั่วโมงครึ่งในบางคล้า

ต่อจากเรื่องที่แล้ว


หลังจากชมอุโบสถสีทองทั้งหลังที่ตื่นตาและัสักการะศาลสมเด็จพระเ้จ้าตากสิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแล้ว
ท่านไกด์กิติมศักดิ์ก็พาเรามาที่ฝั่งตรงข้ามคลองท่าลาดซึ่งห่างจากวัดปากน้ำแค่นิดเีดียว 

ไปชม สถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน


ท่านเล่าประวัติความเป็นมาของที่นี่ให้ฟัง  
ทำให้รู้สึกเหมือนไปทัศนศึกษาและฟังคำบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญเลยทีเดียว

เกร็ดความรู้ประวัติศาตร์  เมื่อได้คนเล่าดีๆ   ก็กลายเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก
ทำให้เรารู้ที่มาที่ไป  รู้รากเหง้า 

จุดที่เรากำลังยืนอยู่นี้ ณ สถูปเจดีย์พระเจ้าตาก  

จุดที่เคยมีเลือดหลั่งโลมดินและแทรกซึมอยู่ในเนื้อดิน กลายเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ให้คนรุ่นต่อมา

ที่นี่เคยมีการสูญเสียชีวิตจำนวนมากทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาอันควร 

เป็นจุดที่มีความสำคัญชี้ขาดประวัติศาสตร์ชาติไทยสมัยเสียกรุงครั้งที่สอง ประมาณปี พ.ศ. 2310

ที่ว่า เป็นจุดชี้ขาดประวัติศาสตร์
ก็เพราะเป็นจุดที่กองทัพพม่าไล่ติดตามกองทัพพระเจ้าตากที่พาทหารตีฝ่าวงล้อมหนีออกจากกรุงศรีอยุธยา
พม่ายกกำลังมาทั้งทางน้ำและทางบก  ตามไล่มาถึงจุดนี้  รบกันดุเดือด  
ทหารพม่าเสียหายอย่างหนัก  ทหารไทยก็สละชีพไปมาก  ฝ่ายพระเจ้าตากชนะการรบ

หลังจากการรบครั้งนั้นแล้ว  พม่าก็ไม่ได้ส่งทหารตามไล่กองทัพพระเจ้าตากอีก
 
พระเจ้าตากจึงสามารถนำทัพเดินทางต่อไปยังเมืองจันท์  และรวบรวมพลกลับมากู้ชาติไทยได้ในเวลาต่อมา

แต่ถ้าการรบที่นี่เมื่อ 200 กว่าปีก่อน  ฝ่ายทัพพระเจ้าตากเป็นฝ่ายแพ้และเสียสละทั้งหมด  
ประวัติศาสตร์ไทยก็ไม่ใช่อย่างทุกวันนี้แน่นอน  

(เรื่องนี้ เป็นความรู้ใหม่ของดิฉันที่ได้จากการไปบางคล้าครั้งนี้ค่ะ)

ที่บางคล้า  จึงมีศาลพระเจ้าตากสินอยู่หลายแห่ง ดังคำขวัญของเมืองนี้ ที่ว่า


บางปะกงคู่ชีวี   พระสถูปเจดีย์คู่ถิ่น  ศาลพระเจ้าตากสินคู่บ้าน
อาหารคาวหวานคู่เมือง   ลือเลื่องค้างคาววัดโพธิ์ 







เจดีย์อนุสรณ์สถานเดิม ที่พระเจ้าตากทรงโปรดให้สร้างขึ้นหลังขึ้นครองราชย์
เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับการสู้รบครั้งนั้นและนักรบที่เสียสละ 
ได้ถูกกระแสน้ำกัดเซาะพังทลายลงน้ำไปเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2491   
มีการสร้างขึ้นใหม่ เมื่อปี 2543  ณ จุดเดิม
จุดที่ตั้ง อยู่ที่ บริเวณปากน้ำโจ้โล้ปัจจุบัน  คือ ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 
อนุสรณ์ในการสู้รบครั้งนั้น มีชื่อเต็มว่า  อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

 ตอนแรก ดิฉันก็ถามไปตามที่ไม่รู้ ว่า " ทำไมบางคล้านี่ถึงมีศาลพระเจ้าตากหลายที่คะ ? "
ท่านก็เลยพามาอ่านตรงป้ายข้างบนนี้ 


พาเดินเข้าไปชมใกล้ๆ 



  


Chachoengsao 府 Bangkla 县的泰国吞武里皇朝郑王纪念塔。

设塔的地点曾是郑王军击败缅甸军的历史遗址。



ฉากหลังที่เห็นคืออุโบสถสีทอง วัดปากน้ำโจ้โล้ (จากเอนทรี่ตอนที่แล้วค่ะ)



วันที่เราไป อากาศดีมาก แดดจ้า ถ่ายรูปออกมาท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม 
 


ชอบใจปืนใหญ่กระบอกนี้ ทำจากท่อพีวีซีค่ะ



   

 จุดนี้ เป็นจุดแยกของแม่น้ำบางปะกง กับ คลองท่าลาด


 บรรยากาศร่มรื่น สงบ  แต่เมื่อนึกย้อนภาพสู้รบในอดีต ........เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน  
หนีการไล่ล่าของทัพพม่า  ไม่มีบ้า่น  ไม่มีไฟ  ขาดแคลนอาหาร  ไม่มียารักษาโรค  
เหล่านักรบพลีชีพ.... ณ จุดนี้
ให้เราต่อมาเรามีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข  มีละครดู ... ไม่เฉพาะที่บางคล้านี่  
ทำให้นึกถึงบุญคุณของพวกท่านเหล่านั้นขึ้นมาอย่างจับใจ
กลับมาแล้วรู้สึกว่าอยากเขียนเรื่องนี้มากๆ 

 ปัจจุบันบางคล้าเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์  เศรษฐกิจดี
ชาวบางคล้าจึงได้เคารพและสำนึกบุญคุณของกองทัพพระเจ้าตากสินมหาราชและผู้พลีชีพกู้บ้านกู้เมืองทุกท่าน
จึงได้สร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าตากไว้ตรงทางเข้าเมืองบางคล้า
และ สร้างศาลพระเจ้าตากไว้หลายแห่งไว้คู่เมือง 


นี่คือภาพฝั่งแม่้น้ำบางปะกงที่ไหลออกสู่ทะเล



และนี่คือฝั่งคลองท่าลาด

 
 เราไปวันศุกร์ นักท่องเที่ยวจึงมีไม่มาก


ขอบพระคุณท่านนายอำเภอพรเลิศ โชคชัย 
อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา 
                

ขอบคุณแผนที่เดินทาง จากเว็บไซต์ จังหวัดฉะเชิงเทรา


ข้อมูลเพิ่มเติม จากเว็บไซต์เทศบาลบางคล้า
คณะกรรมการฯ ชุดค้นหาประวัติบางคล้าในเชิงประวัติศาสตร์ พบว่า พระเจ้าตากสินมหาราช มีความเกี่ยวเนื่องกับภูมิประเทศ ที่ตั้งอำเภอบางคล้าอย่างยิ่ง 
          โดยสรุป ประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๐ พระองค์ท่านได้ฝ่าวงล้อมของข้าศึกที่ล้อมกรุงศรีอยุธยาออกทางทิศตะวันตก มุ่งตรงปราจีนบุรี และหยุดรวมพลอยู่ ณ รอยต่อจังหวัดปราจีนยุรีกับฉะเชิงเทรา(เข้าใจว่าเป็นบริเวณศรีมหาโพธิ์ปัจจุบัน) และข้าศึกได้ส่งกองทัพเรือออกสกัดกั้นมาตั้งมั่นรบพระองค์อยู่ที่ปากน้ำโจ้โล้บางคล้า (ที่ตั้งพระสถูปเจดีย์ปัจจุบัน)  พร้อมส่งทหารหน่อยสอบแนม กองโจร เข้าจู่โจมขึ้นมาบริเวณที่พระองค์ตั้งรับ ปรากกฏว่าข้าศึกถูกฆ่าตายสิ้นกระทั่งพระองค์เห็นว่าข้าศึกอ่อนแรงแล้ว จึงเคลื่อนทัพตีที่มั่นบริเวณปากน้ำโจ้โล้จนได้รับชัยชนะ จากนั้นจึงพักรวบรวมพลอีกครั้งหนึ่ง (เข้าใจว่าวัดโพธิ์บางคล้าเป็นที่พัก สันนิษฐานจากพระอุโบสถเก่าที่รื้อไปแล้วเป็นสถาปัตยกรรมจีน ที่พระองค์สร้างไว้ เป็นอนุสรณ์ในภายหลัง) และออกเดินทางนำทัพผ่านท่าทองหลาง (ต.ท่าทองหลางปัจจุบัน) ตรงไปยังบางปลาสร้อยชลบุรีถึงระยอง เจ้าเมืองระยองสวามิภักดิ์ได้ไพร่พลมากขึ้น เคลื่อนทัพเข้าตีเมืองจันทบุรีได้ และตั้งมั่นรวบรวมกำลังสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อกอบกู้เอกราชในเวลาต่อมา
          จะเห็นได้ว่าบริเวณปากน้ำโจ้โล้ที่กองทัพข้าศึกแตกพ่าย และบริเวณรวบรวมพลเดินทัพมุ่งผ่านท่าทองหลาง อยู่ในเขตเทศบาลตำบลบางคล้าพื้นที่แห่งนี้จึงเป็นเสี้ยวหนึ่งของการกู้ชาติบ้านเมือง ชุมชนดั้งเดิมอันเป็นบรรพบุรุษที่นี้ ต้องมีส่วนเข้าร่วมขบวนกู้ชาติกู้แผ่นดินอย่างแน่นอน คณะกรรมการฯ ชุดสร้างศาลอนุสาวรีย์ จึงให้รวมพลังทุกๆ ฝ่ายร่วมกันจัดสร้างศาลอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชขึ้น ณ บริเวณทางเข้าเมืองบางคล้า เป็นพระรูปทรงม้าศึกในอิริยาบถกำลังออกเดินทางผ่านท่าทองหลวง ตามประวัติศาสตร์ที่กล่าวไว้
          สร้างเสร็จเมื่อธันวาคม 2531


ส่วนภาพล่าง อาหาร อร่อย ของบางคล้า กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่มากค่ะ (เจ้าถิ่นพาเราไปทาน ตอนหน้านะคะ) 

 

ขอขอบคุณพื้นที่ของกูเกิล
ที่ให้โอกาสในการแบ่งปันประสบการณ์



Flag Counter


Flag Counter