วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

เบตง (1 ) เมืองงามในหุบเขา การเดินทาง 合艾 - 勿洞 HATYAI - BETONG

 合艾 - 勿洞  HATYAI - BETONG  2012 年 12 月 28 - 31 日 



ไปเบตงมาเมื่อเดือนธันวาปีที่แล้ว  เปิดดูรูปทีไรก็ยังรู้สึกประทับใจเสมอ
เคยเขียนบันทึกไว้หลายเอนทรี่ แต่ก็ยังมีเรื่องราวที่อยากจะเขียนถึงอีกมาก
หลายคนถามเรื่องวิธีการเดินทางไปเบตง  สุดเขตแดนสยามที่จังหวัดยะลา
แต่ช่วงนี้ ตื่นเช้าขึ้นมา เรื่องของบ้านเมือง เรื่องของชาติก็ยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของสมองและเวลาไปทุกวัน
ขอแบ่งพื้นที่สมองเขียนบันทึก เอาข้อมูลการเดินทางไปเบตงมาฝากเพื่อนๆ ที่สนใจจะไปเยือนสักนิด
ทริปนั้น เราเดินทางโดยเครื่องนกแอร์ไปลงที่หาดใหญ่ พัก 1 คืน แล้วจึงต่อรถตู้จากหาดใหญ่เข้าเบตง
ใช้เวลาเดินทางบนรถตู้ 4 ชั่วโมงกว่า  โดยผ่านเส้นทางพื้นที่เสี่ยง ของชายแดนภาคใต้
ที่มีการปะทะ  วางระเบิดอย่างต่อเนื่อง  และมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
และหลังจากที่เรากลับมาไม่นาน ก็ได้ข่าวว่าเส้นทางที่เรานั่งรถตู้ผ่าน มีการขุดและฝังระเบิดร้ายแรงไว้
จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ระดับผู้ใหญ่และทหารตำรวจเสียไปหลายนาย เศร้าใจมาก
........................................
แต่ด้วยความเป็นเบตง ความรู้สึกผูกพันต่อทุกสิ่งทุกอย่างของเบตงและผู้คนที่ยังอยู่ที่นั่น 
ในที่สุดก็ข่มความกลัวที่มีต่อภาพกระสุน ระเบิด ฯ และตัดสินใจเดินทางไปที่นั่น
เป็นความทรงจำที่รู้สึกดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสกลับมาที่เบตงอีกครั้งพร้อมกับครอบครัวซึ่งไม่มีใครเคยมาเบตง
และไม่มีภาพเบ
ตงในหัวเลย




หนึ่งใน  Landmark  ของเมืองเบตง ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในไทยและในโลก

 勿洞市景  BETONG


เมืองงามที่ซ่อนอยู่ในหุบเขา และดินแดนรอบๆ ที่ยังอุดมสมบูณรณ์ด้วยธรรมชาติ เหนือระดับน้ำทะเล 800 เมตร  
  
 
 
勿洞市景  BETONG 

 
勿洞市景  BETONG 

  
泰南边界  勿洞市景  BETONG 


การเดินทางโดยรถตู้ของเรา ได้รับคำแนะนำจากคุณบอย ซึ่งเป็นชาวเบตงที่มาทำธุรกิจอยู่กรุงเทพฯ
  
และขับรถส่วนตัวขึ้นลงกรุงเทพฯ - เบตงเป็นประจำ
โดยคุณบอยได้ช่วยหาเบอร์โทรศัพท์ติดต่อจองรถตู้หาดใหญ่-กรุงเทพฯ มาให้
คุณบอยให้ข้อมูลว่า
กลุ่มความขัดแย้ง 3 จังหวัดภาคใต้ ปกติจะไม่ทำร้ายผู้คนที่สัญจรไปมาเส้นทางเบตง - ยะลา
.........................................
ย้อนกลับมาดูการเดินทางหาดใหญ่ - เบตง
เรื่องเดิมที่เคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้  ค้างไว้ที่ ....
.... ลาหาดใหญ่ ไป  OKnation เบตง ล่ะ
คราวหน้าจะเล่าข้อมูลการเดินทางไปเบตง  ว่าเหล่าซือไปรถบริษัทไหน  ระหว่างทางเป็นยังไง
 ไปถึงแล้วได้ทานอะไรบ้าง  
อ่านเรื่องเดิม OKnation เบตง เมืองงามในหุบเขา Betong 勿洞  (คลิกที่นี่) และเรื่องหาดใหญ่  (คลิกที่นี่)
............................
29 ธันวาคม 2012  เวลา 9.15  เช็คเอ้าท์จากโรงแรม เซ็นทารา หาดใหญ่ เพื่อไปขึ้นรถตู้ 9.30
ถ่ายนาิฬากามาเป็นที่ระลึก  โรงแรมที่หาดใหญ่จะมีนาฬิกาบอกเวลาของไทยกับของมาเลย์คู่กัน
 
เวลาของประเทศมาเลเซียจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง 

ถึงเบตง เวลา 14.50 น.  เกือบบ่าย 3 โมง
จากหาดใหญ่ไปเบตง มีวิธีเดินทางไปได้ 2 ทาง  
1.  หาดใหญ่ - เบตง (ทางไทย) คือ เส้นทางผ่านยะลา - ธารโต  และ
2.  หาดใหญ่ - เบตง ใช้เส้นทางที่ผ่านแดนมาเลเซีย (ไม่ต้องผ่านพื้นที่เสี่ยง)
แต่เส้นที่ 2  ต้องเสียเวลาลงจากรถ ตอนผ่านด่านศุลกากร  ที่ด่านชายแดนไทย - มาเลย์  และต้องติดหนังสือเดินทางไปด้วย 
เบอร์ติดต่อของ เบตงทัวร์  081 8965123   074 230905
(从泰南宋卡府合艾到勿洞的面包车服务一共有两家公司,这是其中一家 BETONG TOUR 的电话号码。)
รถตู้ที่วิ่งระหว่างหาดใหญ่ - เบตง มีอยู่ 2 บริษัท คือ เบตงทัวร์ กับ เบตงโพธิ์ทองทัวร์
แต่บริษัทที่มีรถตู้วิ่งผ่านทางมาเลย์เซีย มีแค่ บริษัท เบตงทัวร์ (น่าจะแค่บริษัทเดียว)
เบอร์โทรศัพท์ ก็ตามที่เห็นในรูป  ส่วนเวลาเที่ยวรถนั้น ให้โทรเช็คก่อน
ปกติคนพื้นที่จะโทรจองที่นั่งล่วงหน้า และเลือกที่นั่งไว้ก่อน  
จองรถตู้และนัดเวลาให้ไปรับที่สนามบินหาดใหญ่ได้ เพิ่ม 100 บาท สะดวกมาก 
ของเราก็จองก่อนล่วงหน้า  ถึงเวลา บริษัทเบตงก็ส่งรถมารับเราใกล้ๆ ที่พัก
แล้วค่อยไปรับผู้โดยสารที่ขนส่งหาดใหญ่ จ. สงขลา

สถานีขนส่งหาดใหญ่

รถตู้ออกจากหาดใหญ่ ผ่านปัตตานี  ผ่านตัวเมืองยะลา  เลี้ยวขวาไปทาง อ. บันนังสตาร์  อ. ธารโต
 
หลังจากนั้นเป็นเส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวตลอด จนกระทั่งหยุดพักรถที่บ้านคอกช้าง ก่อนจะเข้าสู่เบตง



เพราะฉะนั้น คนที่เมารถ ควรจะโทรจองที่นั่งรถตู้ล่วงหน้า เพราะเห็นคนนั่งอาเจียนไปตลอดทาง
ขาไป ระทึกใจมาก เพราะรถต้องผ่านด่านตรวจของตำรวจและทหาร ไม่รู้กี่ด่านต่อกี่ด่าน  
ชีวิตผู้คนแถวนี้ตึงเครียดจริงๆ
น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่กับความเสี่ยงมากๆ  ไม่มีใครบอกได้ว่า จะมีชีิวิตรอดกลับบ้านหรือไม่ 

 

ขอบคุณแผนที่อำเภอเบตง จากอินเตอร์เน็ต
ภาพล่าง ถนนช่วงที่ผ่านปัตตานี


ภาพล่าง เข้าสู่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา  (กดถ่ายจากรถตู้ที่กำลังแล่นอยู่)
  
 

ก่อนถึงตัวเมืองอำเภอเบตง  จะผ่านตำบลนี้ (ภาพล่าง) ที่ชาวเบตงเรียกกันว่า กิโล 4  
ก็คือกิโลเมตรทีี่ 4 จากตัวเมืองเบตง
ที่นี่เป็นจุดทางเข้าแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของเบตง
เช่น บ่อน้ำร้อน หมู่บ้านปิยะมิตร สวนดอกไม้เมืองหนาว "หมื่นบุปผา"  



(เอาหนังตัวอย่างมาให้ดูก่อน ภาพล่าง จาก หมู่บ้านปิยะมิตร บนเขาสูง เรื่องและภาพขอเป็นเอนทรี่ใหม่ เกรงจะยาวไป)


 ขากลับ  เบตง - หาดใหญ่

叶桂林先生 (คุณกุ้ยหลิน) เจ้าถิ่นคนเบตง  
ช่วยจองรถตู้ของบริษัท เบตงโพธิ์ทองทัวร์ ให้  รถสภาพดีมาก นั่งสบาย คนขับเก่งมาก (ทั้งสองบริษัท)
โดยจองรถตู้ให้มารับเราถึงโรงแรม  และส่งเราที่สนามบินหาดใหญ่ ในรถเที่ยวนั้น มีผู้โดยสารลงที่สนามบิน 7 คน
  
  
ตลอดเดินทางทั้งไปและกลับ รวม 9 ชั่วโมง ไม่ได้หลับบนรถเลย  
อยากจะเก็บภาพทุกช็อต ความประทับทุกช่วงเดินทาง ที่กล้องถ่ายรูปเก็บได้ไม่หมด ลงในสมองแทน



เบอร์ติดต่อของ เบตงโพธิ์ทองทัวร์  073 230193  081 9905697 และเบอร์ที่เห็นอยู่ในภาพนี้นะคะ
 (这是另一家从合艾到勿洞的面包车服务公司 BETONG PHOTHONG TOUR 的电话号码。)
  

ขากลับจากเบตง - หาดใหญ่  รถของเบตงโพธ์ทองทัวร์ จอดแวะ ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง (น่าจะเป็นเขตปัตตานี)
ห้องน้ำสะอาด ออกแบบสวย สีสะดุดตา 

 

  



ขอบขอบคุณครอบครัวคุณกุ้ยหลิน ที่ช่วยให้ข้อมูลเดินทาง ที่พัก ร้านอาหารในเบตง
ช่วยจัดการจองรถตู้เบตงโพธิ์ทองทัวร์  พาเราไปเที่ยวทั้วเบตงและเลี้ยงข้าวร้านอร่อยของเบตงด้วย

ขอขอบคุณพื้นที่ของกูเกิลบล็อกค่ะ
 

Entry เกี่ยวข้อง

ชมภาพเมืองเบตงยามค่ำและสายหมอกยามเช้ามุมสูง ที่  
OKnation เบตง เมืองงามในหุบเขา Betong 勿洞 (คลิกอ่านที่นี่)

ที่พัก อาหารที่หาดใหญ่  แวะก่อนไปเบตง ดูที่ 
OKnation เบตง หาดใหญ่ BGสำรวจฟ้า เห็นแม่น้ำสีดำจากบนเครื่อง (คลิกที่นี่)
...




...............................


Flag Counter

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

北京 BEIJING (9) 颐和园 Summer Palace สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง

 北京颐和园 ---- 世界文化遗产之一 
Summer Palace Bejing, One of the world Heritage in Beijing

รวมภาพพระราชวังฤดูร้อน ในกรุงปักกิ่ง 
สองปีสองสภาพอากาศ
เที่ยวปักกิ่งแบบไปกันเอง  


อี๋เหอเหยวียน หรือที่คนไทยเรารู้จักกันในชื่อว่า อี๋เหอหยวน
พระราชวังฤดูร้อนของพระนางซูสีไทเฮา  
อุทยานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
หนึ่งในมรดกโลก กรุงปักกิ่ง

หวังว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์ในเชิงท่องเที่ยวแบบศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของโลกตะวันออกอีกด้านหนึ่ง

พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ 
 มีประวัติเป็นมาอย่างไร  
เคยถูกกองทหารของชาติตะวันตกเผาทำลายอย่างไร 
 พระนางซูสีไทเฮาใช้งบประมาณของส่วนไหนมามาบูรณะซ่อมแซมพระราชวังแห่งนี้  
หลังจากนั้นจีนเป็นอย่างไร 
เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์จีนที่น่าสนใจและน่าเก็บรับเป็นอุทาหรณ์





เรือหินอ่อนที่เป็นสัญลักษณ์ของพระราชวัง YI HE YUAN 
( สองภาพแรกนี้ถ่ายเมื่อปี 2011 สังเกตจากวันที่กล้องที่อยู่ด้านขวาล่างของภาพนะคะ)



จากการพานักเรียนของสถาบันภาษาจีนฟิวเจอร์ซี ไปเข้าค่ายศึกษาวัฒนธรรมและภาษาจีนที่ปักกิ่งปีที่แล้ว (เมษายน 2011) 
มาเป็นเอนทรี่ชุด "เจาะลึกปักกิ่ง" ที่เขียนไปหลายตอน (ก็ยังไม่ยอมจบ) 
มีบางคนถามมาว่า  เหล่าซือลงเรื่องเจาะลึกปักกิ่งมาตั้งหลายตอนแล้ว  ทำไมไม่เห็นมีภาพหรือเรื่องของพระราชวังฤดูร้อนเลย
ก็บอกว่าช้าหน่อย รูปเยอะ ยังจัดไม่เสร็จ 

จนกระทั่งผ่านไปปีนึง  ก็ยังไม่ได้ลง  พฤษภาปีนี้พาผู้ปกครองและนักเรียนไปเยี่ยมชมโรงเรียนนานาชาติและมหาวิทยาลัยภาษาปักกิ่ง (北京语言文化大学) และท่องเที่ยวเชิงศึกษาวัฒนธรรมและสภาพเศรษฐกิจ  ก็ถ่ายรูปเพิ่มมาอีก
     



( ภาพเรือหินอ่อนนี้ถ่ายเมื่อปี 2012 ) 
เอนทรี่นี้ก็เลยเอาภาพของสองปีมารวมกัน  ก็ดีนะ  ได้บรรยากาศสองฤดู  
ตอนไปอี๋เหอหยวนวันที่ 5 เมษายนปีที่แล้ว อากาศหนาวมาก  อุณหภูมิประมาณ 2 - 3 องศา  ลมแรงมากๆ  หนาวจนมือชาหน้าชาหูชาไม่หมด  นิ้วก็ขยับยาก  แต่เห็นวิวสวยๆ ก็ต้องยอมถอยถุงมือกดถ่ายไปนับร้อยใบ (อยากจะบอกว่ากลับมาถุงมือข้างขวาหาย ยืมของลูกไปใช้ ) 



ไปครั้งหลังสุดคือ วันที่ 9 พฤษภาคม 2012 วันนั้นอากาศดีมาก 
อุณหภูมิอยู่ที่ 20 กว่าองศา  เดินสบาย ไม่เหนื่อย แต่เมื่อยขามาก 

เรือที่เห็นอยู่ถัดไปหลังคาสีเหลืองเป็นเรือที่นักท่องเที่ยวใช้นั่งข้ามฟากทะเลสาบค่ะ


ครั้งหลังสุดนี้ไปค่อนข้างเย็น  เราเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปปักกิ่งวันที่ 8 พฤษภา  
วันที่ 9 ซึ่งเป็นวันที่สองของการเดินทางก็ลุยเที่ยวแต่เช้า 
 โดยเก็บสถานที่สำคัญในกรุงปักกิ่งก่อน  
เริ่มต้นจากพระราชวังต้องห้าม (紫禁城 --- 故宫)
เที่ยงทานอาหารติ๋มซำ  บ่ายไปต่อที่วัดลามะ ( ยงเหอกง 雍和宫)
และเดินทางไปถึงอี๋เหอหยวนเกือบ 4 โมงเย็น 



   ภาพนี้ถ่ายตอนเกือบ 5 โมงเย็น สวยไปอีกแบบ 



พฤษภาคม เป็นเดือนที่อากาศดีที่สุดเดือนหนึ่งของปักกิ่ง
แต่ช่วงมีนา - เมษา ยังเป็นช่วงที่อากาศหนาวและเย็นอยู่

อย่างภาพล่างนี้
วันที่ 5 เมษายน 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่ร้อนสุดยอดของบ้านเรา  แต่ที่ปักกิ่งยังหนาวมาก ต้องใส่หนาๆ หลายชั้น  
ต้องมีผ้าพันคอหนาๆ ด้วย
สังเกตนะคะ  
คนที่นี่เขาจะพาผู้สูงอายุนั่งรถเข็นมาเที่ยวตามแหล่งต่างๆ ด้วย


(รูปบน คุณยายบนรถเข็น เป็นภาพเมื่อปี 2011 ส่วนภาพล่างเป็นภาพปี 2012  ก็มีคนเข็นรถพาผู้สูงอายุมาเที่ยวเหมือนกัน  เห็นมั๊ยคะ  มาทีไรก็เห็นภาพที่น่าประทับใจแบบนี้ทุกที )

เหล่าซือประทับใจมากเลย ไม่ใช่แค่ที่นี่ที่เดียว จะเห็นภาพอย่างนี้ทุกที่ในปักกิ่ง
เหล่าซือเดาว่าบางท่านอาจเป็นคนต่างจังหวัดหรือไม่ก็เป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่อยากจะมาชมโบราณสถานของกรุงปักกิ่งสักครั้งในชีวิต  (อาจจะเดาผิดก็ได้) 


เมษายน 2011 อากาศหนาวมากค่ะ  
คนเก็บบัตรผ่านประตูก็ต้องใส่ชุดแมนจูแบบหน้าหนาว



คุณศราวุธ ที่ไปด้วยกันปีที่แล้ว บอกว่ารูปแบบสถาปัตย์แบบนี้เป็นต้นแบบของตู้ display สินค้าหรือเปล่านี่อ่ะ



มีช่องหน้าต่างหลายแบบ เช่น เป็นรูปแจกันจีนฯ


5 เมษายน ปักกิ่งเพิ่งจะผ่านพ้นหน้าหนาวที่หฤโหด ต้นไม้ก็ยังไม่ค่อยมีใบ สวยแบบโกร๋นๆ



ส่วนภาพล่างนี้  เป็นภาพเมื่อ 9 พฤษภาคม 2012  ใบเขียวเรียวยาวของต้นหลิ่วลู่ตามลมที่พัดมาเบาๆ  อากาศสบายๆ   นักท่องเที่ยวล่องเรืออยู่ในทะเลสาบ






นี่คือทะเลสาบคุนหมิง (หรือชื่อเดิม ทะเลสาบซีหู เลียนแบบทะเลสาบที่นครหางโจว) ที่ใช้กำลังคนขุดนับแสนในสมัยก่อน



ทะเลสาบนี้  เริ่มขุดในสมัยของฮ่องเต้เฉียนหลง ราชวงศ์ชิง (清朝乾隆皇帝) คือ 200 กว่าปีก่อน



ประวัติความเป็นมา มีคนเขียนไว้เยอะแล้ว  เหล่าซือจะเพิ่มเติมบางส่วน และจะแปลจากภาษาจีนมาบางส่วน




ในหน้าหนาว พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์  อุณหภูมิที่ปักกิ่งติดลบกว่า 10 องศา  น้ำในทะเลสาบจะเป็นน้ำแข็ง ล่องเรือไม่ได้  
แต่เล่นสเก็ตน้ำแข็งได้













ฝรั่งสองคนนี้เป็นดาราหรือเปล่าไม่รู้ เห็นกลุ่มวัยรุ่นจีนไปรุมขอถ่ายรูปกันใหญ่










000



ตอนที่เรากำลังถ่ายรูปอยู่บนสะพานนี้  ก็ 5 โมงกว่าแล้ว  พวกคณะทัวร์ออกไปกันหมดแล้ว
ถ่ายจุดนี้เสร็จเราก็รีบเดินไปทางประตูด้านเหนือ
เพื่อจะไปชม เมืองซูโจวจำลองก่อนที่เขาจะปิดอุทยานตอน 6 โมงเย็น ตอนนี้บนสะพานก็เหลือแต่คณะเราคณะเดียว



นี่ค่ะ  เมืองซูโจวจำลอง 苏州城 ที่อยู่ในพระราชวังฤดูร้อน กรุงปักกิ่ง



ส่วนนี้อยู่ใกล้กับทางออกของอี๋เหอหยวนทางด้านทิศเหนือนะคะ**



**ภาพล่างนี้เป็นต้นเดือนเมษา เพิ่งจะสิ้นหน้าหนาว ต้นไม้ไม่ค่อยมีใบ



ภาพล่างนี้  ต้นพฤษภา ต้นไม้มีใบหนาแล้ว










เปรียบเทียบลักษณะต้นไม้ภาพบน (ถ่ายวันที่ 5 เมษา 2011)  กับภาพล่าง (ถ่าย 9 พฤษภา 2012)










นี่นะคะ รถเมล์สาย 690 นี้  วิ่งระหว่างเฉียนเหมิน - อี๋เหอหยวน
ผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยภาษาปักกิ่ง 
มหาวิทยาลัยชิงฮว๋า  ปีที่แล้วเรานั่งรถเมลล์สายนี้จากมหาวิทยาลัยภาษาปักกิ่งไปอี๋เหอหยวน  คนละ 1 หยวน ( รายละเอียดจะมาเล่าตอนต่อไป)  




00










รู้จักคนนี้มั๊ยคะ  เดาว่าเป็นใครคะ
โพสต์รูปอย่างเดียวก็หมดเวลาแล้ว  เรื่องที่เกริ่นไว้แต่ต้นเรื่องขอยกไปเป็นเอนทรี่หน้านะคะ

ภาพที่คัดไว้มีอยู่ประมาณ 90 กว่าภาพ  จึงต้องลงเป็น 2 เอนทรี่ค่ะ  ขอโทษที่โพสต์ไม่หมดในคราวเดียวนะคะ 
ขอบคุณทุกท่านที่มาดูและมาแสดงความเห็นค่ะ 



เรื่องต่อเนื่อง

http://www.oknation.net/blog/chineseclub/2012/06/23/entry-1



Entry ที่เกี่ยวข้อง

北京 BEIJING (6) สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง 鸟巢 สนามกีฬารังนก สถาปัตยกรรมยุคใหม่



北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง (5) 天坛 - 世界文化遗产 เทียนฐาน TIANTAN



北京 BEIJING ปักกิ่ง (4)



北京 BEIJING สถานที่น่าสนใจในปักกิ่ง (3) BEIJING CAPITAL MUSEUM พิพิธภัณฑ์นครหลวงปักกิ่ง

http://suwannafc.blogspot.com/2013/10/3-beijing-capital-museum.html  (คลิกที่นี่)



北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง(2)前门 - 大栅栏 เฉียนเหมิน - ต้าซันหลัน QIANMEN - DA SHAN LAN

http://suwannafc.blogspot.com/2013/10/beijing2-qianmen-da-shan-lan.html (คลิกที่นี่)


北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง(1)  前门 QIANMEN เฉียนเหมิน

http://suwannafc.blogspot.com/2013/09/beijing-1-qianmen.html  (คลิกที่นี่)




08 - 02 - 2013 ได้รวมลิงก์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในหัวข้อ "เจาะลึกปักกิ่ง" ไว้ในเอนทรี่ข้างล่างนี้แล้ว



Facebook : Suwanna Future C
https://www.facebook.com/SuwannaFutureC?ref=hl





Flag Counter