วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

北京 BEIJING (8) สถานที่ไม่ควรพลาด 长城 The Great wall กำแพงเมืองจีน มรดกโลก


深入北京、走进北京。长城。เจาะลึกปักกิ่ง 


เจาะลึกปักกิ่ง ตอนที่ 8 กำแพงเมืองจีน (1)

ถ้าคุณไปเที่ยวกำแพงเมืองจีนในช่วงวันเทศกาล คุณจะได้เห็นภาพบนกำแพงแบบนี้


นี่เป็นภาพจากวันที่ 3 เมษายน 2011 ปีที่แล้ว  วันนั้นตรงกับวันหยุดยาวเทศกาลเชงเม้ง
ซึ่งประเทศจีนและฮ่องกงเป็นวันหยุดราชการ 



นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีน (ที่มาจากมณฑลต่างๆ ทั่วประเทศ ) และชาวต่างชาติที่ขึ้นไปชมกำแพงเมืองจีนวันนั้น  จึงแน่นมาก  รถติดอยู่บนถนนหลายชั่วโมง  กว่าจะไปถึงก็บ่าย




       จะหาที่ถ่ายรูปก็ต้องรอจังหวะและหลบมุม แต่เราก็ได้มุมมองและบรรยากาศที่ยังไม่เคยเจอจากการมาเยือนกำแพงแห่งนี้มาก่อน

                          

          (ภาพข้างบนนี้ถ่ายไว้เมื่อมิถุนายน 2008 เป็นหน้าร้อน การแต่งกายก็ต่างกัน  ไปค้นมาลงเพื่อดูเปรียบเทียบบรรยากาศ)

        

       ปีนี้ก็เหมือนกัน  วันที่ 1-3 เมษายน 2012 เป็นวันหยุดยาวเชงเม้งของจีนอีกปีหนึ่ง  ผู้คนที่ไปเที่ยวกำแพงเมืองจีนก็คงมากมายก่ายกองแบบนี้  รวมทั้งคนที่จะไปเที่ยวช่วงวันแรงงาน 1-3 พฤษภาคม หรือช่วงวันที่ 1 ตุลาคม (วันชาติจีนแผ่นดินใหญ่) ซึ่งเป็นวันหยุดยาว  ก็อาจจะเห็นภาพแบบนี้ด้วย





     

      วันนั้น ( 1 เมษายน 2011) แดดจ้า  แต่อากาศหนาวมาก  ผู้เขียนเดินขึ้นมาถึงบนกำแพงเมืองจีนช่วงนี้  อยากจะเดินไปให้ถึงป้อมที่เห็นอยู่บนยอดเขาสูงสุดนั่น  แต่พอแหงนมองขึ้นไปข้างบน  เห็นภาพข้างบนนี้แล้ว  ก็บอกว่า ไม่ไหวมั้ง  ขอรออยู่ตรงนี้ดีกว่า


          แต่สมาชิกคณะเราก็ไม่มีใครย่อท้อ  เดินขึ้นไปทุกคน (ยกเว้นตัวผู้เขียน) แต่ขาลงเบียดทวนกระแสผู้คนไม่ไหว  ก็เลยต้องเดินลงข้างกำแพงแทน (แบบภาพที่เห็นข้างบนนี้)  ก็ได้บรรยากาศและประสบการณ์ไปอีกแบบ  เก็บเอามาเล่าต่อได้อีก



         แต่  ....  ดูภาพนี้  ผู้สูงอายุท่านนี้  ยังถือไม้เท้าดั้นด้นจะขึ้นไปป้อมสูงๆ ที่อยู่ข้างบนโน่น  แต่ผู้เขียนยกธงขาวไปเรียบร้อยแล้ว






        ส่วนภาพนี้  แอบถ่ายมา  เพราะได้ยินเสียงเด็กผู้ชายจีนข้างหลังพูดว่า " 长城没有什么好玩儿。” แปลเป็นไทยก็ทำนองบ่นต่อว่าพ่อ " พามาเที่ยวกำแพงเมืองจีนทำไมนี่อ่ะ  ไม่เห็นจะสนุกเลย "  เสียงคนจีนผู้เป็นพ่อตอบลูกว่า
    " กำแพงไม่ใช่ที่เที่ยวแบบสนุกๆ  แต่เป็นความภาคภูมิใจ และเป็นสัญญลักษณ์ของจีน"
        ตอนที่ได้ยิน ไม่กล้าหันไปถ่ายรูปเด็ก กลัวจะทำลายบรรยากาศที่พ่อลูกกำลังคุยกัน




           ส่วนภาพนี้  คุณยายชาวจีนท่านนี้ดูอายุน่าจะต้องหกเจ็ดสิบ  ท่าทางจะทันสมัยและเป็นคนมีความรู้  สะพายเป้ใส่เลคกิ้งด้วย  มากันสองคนยายหลาน  เห็นคุณยายคอยอธิบายอะไรหลานอยู่


          รอบๆ กำแพงเมืองจีนในเดือนมีนาคมและต้นเมษายน  จะแห้งแล้ง  แต่ถ้าไปเที่ยวหน้าร้อน ประมาณเดือนพฤษภาคม - กันยายน ภูเขารอบๆ จะเป็นสีเขียวดูสดชื่นกว่านี้  แต่บนกำแพงจะร้อน  ถ้าเข้าหน้าฝนก็จะเดินเที่ยวไม่สะดวก  เพราะพื้นจะลื่นมาก  บางช่วงทั้งลื่นทั้งชัน 


(ภาพข้างบนคือภาพวันที่ 3 เมษายน 2011  ส่วนภาพล่างคือภาพที่ถ่ายไว้เมื่อเดือนมิถุนายน 2008 จะเห็นว่าสีต้นไม้ต่างกันมาก)


          ปีที่แล้วตอนเราไป  ฝนแรกของปี 2011 ที่กรุงปักกิ่งหลังจากแห้งแล้งอยู่หลายเดือน คือเย็นวันที่ 1 เมษายน ทำให้อุณหภูมิลดลงเหลือ 1 องศา  หนาวจนหูชา จมูกชา  ปากแตก นิ้วแตก ฯ หนาวสุดๆ

  
     ป้อมที่อยู่บนยอดเขานั่น  คือเป้าหมายของหลายๆ คนที่อยากจะเดินไปให้ถึง  แต่ถ้าเรามากับคณะทัวร์  จะมีเวลาไม่พอ  เพราะทัวร์ก็จะต้องกันเวลาเที่ยวส่วนหนึ่งพาไปลงร้านขายของ (บังคับลง กึ่งบังคับซื้อ  โดยบอกว่ารัฐบาลจีนบังคับให้พาไป  และเป็นส่วนสำคัญของรายได้บริษัททัวร์  ถ้าไม่มีรายได้ส่วนนี้มาชดเชย  บริษัททัวร์ก็ไม่สามารถจัดทัวร์ในราคาถูกได้ )


 ย้อนกลับมาที่ทางขึ้น





กำลังเดินขึ้น






ตรงเชิงขึ้นกำแพงเมืองจีนมีช้าง



ภาพล่างตรงนี้เขียนว่า 不到长城非好汉 


อยู่เชิงทางขึ้นกำแพงเมืองจีน ด้าน ปาต๋าหลิ่ง 八达岭







 


One World One Dream คำขวัญของจีนตอนจัดกีฬาโอลิมปิค ติดไว้ตั้งแต่ ปี 2008 
ปีที่แล้วไปป้ายนี้ก็ยังอยู่




       ร้านเคเอฟซี ที่อยู่เชิงทางขึ้นด่าน "ปาต๋าหลิ่ง"  ลูกค้าแน่นร้าน  ถ้าหิวแนะนำให้ซื้อทานที่นี่  ถึงแม้ราคาจะแพงกว่าเคเอฟซีบ้านเรา  แต่รสชาดอาหารคุ้นปาก และราคาติดไว้มาตรฐาน  ไม่ได้โขกเหมือนร้านที่จะโพสต์ต่อไปให้ดู



(ส่วน STARBUCKS นี้ไม่ได้อยู่ที่กำแพงเมืองจีน แต่อยู่ที่เฉียนเหมิน เอามาลงประกอบให้ดูว่าเขาตบแต่งร้านให้กลมกลืนกับบรรยากาศจีนๆ )

ข้อควรระวัง  รูปต่อไปนี้คือร้านอาหารที่ไม่ควรเข้า
อยู่ก่อนถึงทางขึ้นกำแพงเมืองจีนด่าน ปาต๋าหลิ่ง
ร้านนี้ชื่อร้าน  农家院 (หนงเจียเยวี่ยน) อยู่ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟด่านปาต๋าหลิ่ง


ร้านอาหารที่ไม่ควรเข้าแถวกำแพงเมืองจีน  อาหารไมดี  แพง  บริการแย่  มีอยู่หลายร้าน  จะมีคนมาคอยต้อนแขกให้เข้าร้าน  วันนั้นเนื่องจากรถติดมาก  ทำให้เสียโปรแกรม  ไปถึงก็เที่ยง ทุกคนหิว  คิดว่าจะแวะทานอะไรก่อนจะได้ขึ้นไปถ่ายรูปอยู่บนกำแพงได้นานๆ  


อาหารแบบสีเหลือง ๆ นี่สั่งในร้านที่ถ่ายรูปมากนี้ ตกชิ้นละ 30 บาท  แข็งจนกัดไม่ลง  เจ็บใจจริงๆ  เลยต้องถ่ายรูปเอามาเตือนคนที่จะเดินทางไปเที่ยวกันเอง ว่าอย่าได้หลงเข้าไปในร้านแถบนั้น 


( ส่วนเรื่องประวัติของกำแพงเมืองจีน สงสัยต้องเขียนเป็นอีกเอนทรี่หนึ่งแล้วค่ะ )





Entry ที่เกี่ยวข้อง

北京 BEIJING (6) สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง 鸟巢 สนามกีฬารังนก สถาปัตยกรรมยุคใหม่



北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง (5) 天坛 - 世界文化遗产 เทียนฐาน TIANTAN



北京 BEIJING ปักกิ่ง (4)



北京 BEIJING สถานที่น่าสนใจในปักกิ่ง (3) BEIJING CAPITAL MUSEUM พิพิธภัณฑ์นครหลวงปักกิ่ง



北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง(2)前门 - 大栅栏 เฉียนเหมิน - ต้าซันหลัน QIANMEN - DA SHAN LAN



北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง(1)  前门 QIANMEN เฉียนเหมิน





08 - 02 - 2013 ได้รวมลิงก์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในหัวข้อ "เจาะลึกปักกิ่ง" ไว้ในเอนทรี่ข้างล่างนี้แล้ว
 ...............................

08 - 02 - 2013 ได้รวมลิงก์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในหัวข้อ "เจาะลึกปักกิ่ง" ไว้ในเอนทรี่ข้างล่างนี้แล้ว 
ติดตามเพิ่มเติม  facebook : Suwanna Future C
http://www.facebook.com/SuwannaFutureC?ref=hl




Flag Counter

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

北京 BEIJING (7) สถานที่ไม่ควรพลาด 故宫 GUGONG, พระราชวังกู้กง มรดกโลก เกร็ดประวัติศาสตร์จีน


深入北京、走进北京。故宫。เจาะลึกปักกิ่ง

ตอนที่ 7 พระราชวังกู้กง
เกร็ดประวัติศาสตร์จีน การเปลี่ยนมืออำนาจในพระราชวังกู้กุง
北京故宫 
GUGONG, BEIJING พระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง
หนึ่งในมรดกโลกที่อยู่ในปักกิ่ง

ใช่ว่าคนจีนทุกคนจะมีโอกาสมากรุงปักกิ่ง 
และได้มาชมพระราชวังในอดีตแห่งนี้


( ในภาพ ) เป็นฮ่องเต้จำลองนะคะ พรีเซนเตอร์คือน้องต้า 
นักเรียนของเหล่าซือเองค่ะ

ถ่ายที่หอฟ้าเทียนฐาน ที่เห็นนี้เป็นชุดฮ่องเต้แบบแมนจู

 เห็นแล้วนึกถึงหนังจีนไหมคะ

 
ปักกิ่ง เป็นเมืองหลวงของ 3 ราชวงศ์และ 3 ชนชาติในอดีต คือ มองโกล  ฮั่น และ แมนจู 
蒙古   汉族   满族

พระราชวังกู้กุง  เคยเป็นที่ประทับของอดีตฮ่องเต้ 
และศูนย์การปกครองของจีน 2 ราชวงศ์
คือ ราชวงศ์หมิงของชาวฮั่น และราชวงศ์ชิงของชาวแมนจู
  

ราชวงศ์เหยวียน (元朝) ชนชาติมองโกล 
ปกครองแผ่นดินจีน ค.ศ. 1206 - 1368  รวม 162 ปี

ราชวงศ์หมิง (明朝)ชนชาติฮั่น  ค.ศ. 1368 - 1644 รวม 276 ปี
ราชวงศ์ชิง (清朝) ชนชาติแมนจู  ปกครองแผ่นดินจีน  
ค.ศ. 1644 - 1911  รวม 267 ปี

นับถึงปี 2012  กรุงปักกิ่งได้เป็นเมืองหลวงของจีนมานานถึง 806 ปีแล้ว 




       ตั้งแต่ี่กองทัพม้าเหล็กของชาวมองโกล (蒙古) ซึ่งนำโดยเจ็งกิสข่าน  เข้าตีและยึดเมืองหังโจว (杭州) ซึ่งเป็นราชธานีของราชวงศ์ซ่ง (宋朝) ของชาวฮั่น (汉族) ได้สำเร็จ  ก็ได้สถาปนาราชวงศ์เหยวีย น(元朝 )ซึ่งปกครองโดยชนชาติมองโกลขึ้น  
และย้ายราชธานีจากหังโจวมาที่กรุงปักกิ่ง  ซึ่งมีที่ตั้งใกล้กับถิ่นฐานของมองโกลและมีภูมิอากาศใกล้เคียงกับมองโกลมากกว่า 


พระราชวังปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์กู้กุง  (故宫博物馆)


วันที่ 31 มีนาคม 2011  
เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินของปักกิ่ง  และมาขึ้นที่สถานีนี้

            

เมื่อขึ้นมาจกาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็จะพบกับภาพของ
จัตุรัสเทียนอันเหมิน (天安门广场)
ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของประเทศจีนใหม่  ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ปี 1949


คนที่เคยดูหนังจีนเชิงประวัติศาสตร์  น่าจะคุ้นตากับแผ่นหินแกะสลักเป็นลายมังกรขนาดใหญ่นี้  เพราะตรงนี้คือที่ที่บรรดาเหล่าขุนนางเดินเรียงแถวขึ้นไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้
( แผ่นหินขนาดใหญ่นี้  ชาวจีนสมัยก่อนเขาเคลื่อนย้ายเข้ามาในวังได้อย่างไร ? มีคำตอบค่ะ )


( เขาใช้วิธีเคลื่อนย้ายตอนหน้าหนาวที่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง  โดยใช้วิธีราดน้ำตามทางให้กลายเป็นน้ำแข็งก่อน  แล้วจึงใช้คนลากแผ่นหินมหึมานี้ให้ไหลลื่นเคลื่อนที่บนแผ่นน้ำแข็ง )


       เมื่อจูเหยวียนจาง (朱元璋) ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง
ได้นำกำลังชาวฮั่นขับไล่ชาวมองโกลเป็นผลสำเร็จ  ก็ได้ตั้งราชวงศ์หมิง(明朝)ขึ้น  อำนาการปกครองก็กลับคืนสู่มือของชาวฮั่นอีกครั้ง  
       ราชวงศ์หมิงยังคงตั้งราชธานีอยู่ที่กรุงปักกิ่ง และมีฮ่องเต้ในราชวงศ์ทั้งหมด 13 พระองค์
  

        พระศพของทุกพระองค์ฝังอยู่ที่สุสาน 13 กษัตริย์ (明十三陵) ชานเมืองปักกิ่ง ทางที่จะไปชมกำแพงเมืองจีน สุสาน 13 กษัตริย์ราชวงศ์หมิงนี้ อยู่ใต้ดิน ต้องลงบันไดไปค่อนข้างลึก  
ภายในสุสานอากาศอับชื้น  เมื่อก่อนเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว  ผู้เขียนเคยไปเมื่อ 17 ปีก่อน 
      
            

          แต่ปัจจุบันคนไม่นิยมไปเที่ยว  ศาสตรจารย์หยางเจี้ยนกว๋อ (北京语言大学杨建国教授) อาจารย์ท่านหนึ่งของผู้เขียนที่มหาวิทยาลัยภาษาปักกิ่ง  แนะนำพวกเราว่าอย่าไปเที่ยวที่นั่น  เพราะที่นั่น “阴气很重” ( มีไอหรือ "ชี่" ของโลกหยินหนักมาก  โลกหยินหมายถึงโลกของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว)  
การไปเที่ยวสถานที่แบบนี้จะไม่เป็นมงคลแก่ตนเอง

    

        ปลายราชวงศ์หมิง  ชนเผ่าแมนจู (满族) ที่อยู่ทางตอนเหนือของจีนมีกำลังเข้มแข็ง  แต่ก็ยังตีเข้ามาในกรุงปักกิ่งไม่ได้  จนกระทั่ง หวูซันกุ้ย (吴三桂) แม่ทัพคนสำคัญของจีนตัดสินใจเปิดด่านให้กำลังแมนจูเข้ามา  กองกำลังแมนจูจึงได้ยึดกรุงปักกิ่งและพระราชวังแห่งนี้ไว้ได้ทั้งหมด  และสถาปนาราชวงศ์ชิง (清朝) ซึ่งปกครองโดยชาวแมนจูขึ้น
  
         

          เรื่องหวู่ซันกุ้ยทำไมถึงเปิดด่านให้แมนจูเข้ามา  เป็นช่วงประวัติศาสตร์จีนและเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจมาก  ถ้าเล่าก็จะยาวไป  ต้องละไว้ก่อน


( เต่า สัตว์มงคล สัญญลักษณ์อายุยืน )


หลังจากแมนจูเข้าปกครองประเทศจีน  ก็เกิดการต่อสู้กู้ชาติของชาวฮั่นอย่างต่อเนื่องยาวนานถึงเกือบ 300 ปี   
ชาวฮั่นต้องเสียชีวิตกับการต่อสู้กับอำนาจรัฐของแมนจูเพื่อกู้ชาติจีนจำนวนมาก      
 มีวีรบุรุษและวีรสตรีสละชีวิตไปมากมาย
  

         ปลายราชวงศ์ชิง อำนาจการบริหารที่แท้จริงอยู่ในมือของพระนางซูสีไทเฮา  ราชสำนักอ่อนแอ  จักรวรรดินิยมตะวันตกแปดชาติร่วมกันยกกำลังเข้ารุกรานจีน  เข้ายึดพระราชวังกู้กุงไว้  และแบ่งกันครอบครองแผ่นดินจีนที่เป็นจุดสำคัญๆ และเส้นชีวิตไว้  เช่น ฝรั่งเศสเข้ายึดครองเซี่ยงไฮ้ที่เป็นทั้งท่าเรือและเมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีน  อังกฤษยึดครองเกาะฮ่องกง  โปรตุเกสครอบครองเกาะมาเก๊า  เยอรมันนียึดครองเมืองชิงเต่า ( เป็นที่มาของเบียร์ชิงเต่า ) ฯลฯ 
         การกู้ชาติของชาวจีนทั้งในแผ่นดินจีนและโพ้นทะเลซึ่งนำโดย ดร.ซุนยัตเซ็น (孙中山先生) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในจีนขึ้น  การเกิดปฏิวัติซินไห้ (辛亥革命) ในปี 1911 
กองกำลังของชาวฮั่นสามารถยึดอำนาจการปกครองได้  และเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐ  ซึ่งถือเป็นปีที่สิ้นสุดการปกครองของราชวงศ์ชิงและระบอบฮ่องเต้ในประเทศจีน 


         ตอนที่พระราชวังกู้กุงถูกทหารต่างชาติบุกยึด  สมบัติมีค่ารวมถึงวัตถุโบราณและสิ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดของจีนที่เก็บสะสมไว้ในพระราชวังแห่งนี้มาหลายร้อยปี  ถูกชาติตะวันตกที่เข้ายึดวังแบ่งกันขนเอาไปจำนวนมาก
      

( ท่อระบายน้ำรูปหัวมังกร )


        และช่วงที่เกิดสงครามภายในประเทศจีน  ฝ่ายก๊กหมินตั๋งที่นำโดยนายพลเจียงไคเช็ค  ก็ได้ขนเอาทรัพย์สินและวัตถุโบราณอีกจำนวนมากไปอยู่ที่เกาะไต้หวัน  และไปตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ "กู้กุง" อีกแห่งที่ไทเป  โบราณวัตถุที่นั่นมีจำนวนมากถึงขั้นที่ต้องผลัดกันนำออกมาจัดแสดง  

 



อาจจะพูดได้ว่า  สิ่งที่ต่างชาติและนายพลเจียงไคเช็คเอาไปไม่ได้  ก็คือ  สิ่งก่อสร้างของตัวพระราชวังนี่เอง


( เด็กจีนที่หนาวจนแก้มแดง  ความจริงเจ็บแสบผิวมาก )




โอ่งขนาดใหญ่แบบนี้จะมีอยู่ทุกจุดในพระราชวังกู้กุง
 ใช้เป็นที่รองน้ำฝนไว้ใช้  


สังเกตดูที่ฐานโอ่งนะคะ  
จะเป็นที่สำหรับใส่ฟืนลงไปจุดไฟ  เพื่ออะไร ?

        เพราะว่าในพระราชวังเคยเกิดเพลิงไหม้หลายครั้ง  ในหน้าหนาว ปักกิ่งอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง   น้ำในที่ต่างๆ กลายเป็นน้ำแข็ง  เวลาเกิดเพลิงไหม้ไม่สามารถตักน้ำไปดับไฟได้  จึงต้องมีที่สำหรับใส่ฟืนก่อไฟทำให้น้ำแข็งละลาย    




ภาษาทางการในสมัยราชวงศ์ชิง จะเป็นสองภาษา  คือ ภาษาฮั่นคู่กับภาษาแมนจู อย่างที่เห็นในป้าย ( อักษรที่เป็นตัวจีนด้านซ้าย คือ อักษรชาวฮั่น  อักษรด้านขวาคือ อักษรภาษาแมนจู )


ในกระดาษแผ่นนี้เขาเขียนระบุวันที่ ว่า เป็นปีที่ 37 
ในรัชกาลเฉียนหลงฮ่องเต้  
แต่ประเด็นที่เราอยากรู้มากกว่าคือนี่เป็นลายมือคนเขียนขึ้นหรือ  ดูบรรจงและตัวเท่ากันมาก




( ห้องน้ำ ปัจจัยสำคัญ ห้องน้ำที่ในวังนี้ออกแบบกลมกลืน )


( เดินมาหลายชั่วโมงแล้ว เมื่อยมาก  นั่งพักนี่เลย ไม่มีใครรู้จักเรา ไม่เป็นไร )












 北京故宫 (出口)




ตรงนี้เป็นด้านที่เราออกจากพระราชวังกู้กุง  มีรถเมลล์สาย 111 ผ่าน  

แต่จุดนี้เรียกรถแท๊กซี่ยากมาก


ก็จะมีรถกระป๋องลักษณะแบบนี้  กับรถป้ายดำ  หมายถึงรถรับจ้างที่ไม่ได้รับอนุญาตมาเรียกลูกค้าจำนวนมาก  
แต่รถแบบนี้ไม่แนะนำให้ขึ้น  เพราะอาจโดนหลอกลวง  
เมื่อตกลงราคากันแล้วพอไปถึงปลายทางจะถูกเรียกค่ารถแพงมาก  ถ้าไม่จ่ายก็จะมีการเรียกพรรคพวกมาข่มขู่ 



ดูภาพและข้อมูลอัพเดทเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2012 
แนะนำแหล่งเที่ยวแหล่งกินในปักกิ่งเพิ่มเติมที่

(เรื่องและภาพทั้งหมดเขียนขึ้นโดยสุวรรณา สนเที่ยง ห้ามผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์โดยการคัดลอกทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปอ้างเป็นการเขียนของตนเอง  ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายลิขสิทธิ์)

.........................................


Entry ที่เกี่ยวข้อง

北京 BEIJING (6) สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง 鸟巢 สนามกีฬารังนก สถาปัตยกรรมยุคใหม่



北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง (5) 天坛 - 世界文化遗产 เทียนฐาน TIANTAN



北京 BEIJING ปักกิ่ง (4)



北京 BEIJING สถานที่น่าสนใจในปักกิ่ง (3) BEIJING CAPITAL MUSEUM พิพิธภัณฑ์นครหลวงปักกิ่ง

http://suwannafc.blogspot.com/2013/10/3-beijing-capital-museum.html  (คลิกที่นี่)



北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง(2)前门 - 大栅栏 เฉียนเหมิน - ต้าซันหลัน QIANMEN - DA SHAN LAN

http://suwannafc.blogspot.com/2013/10/beijing2-qianmen-da-shan-lan.html (คลิกที่นี่)


北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง(1)  前门 QIANMEN เฉียนเหมิน

http://suwannafc.blogspot.com/2013/09/beijing-1-qianmen.html  (คลิกที่นี่)




08 - 02 - 2013 ได้รวมลิงก์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในหัวข้อ "เจาะลึกปักกิ่ง" ไว้ในเอนทรี่ข้างล่างนี้แล้ว



Facebook : Suwanna Future C
https://www.facebook.com/SuwannaFutureC?ref=hl









Flag Counter