วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บางคล้า (2) อุโบสถสีทอง ที่วัดปากน้ำโจ้โล้


สามชั่วโมงครึ่งในบางคล้า  ภาพบางคล้า

ต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว เรื่อง

บางคล้า (1) ค้างคาวแม่ไก่ ที่วัดโพธิ์ บางคล้า ริมน้ำบางปะกง

http://suwannafc.blogspot.com/2014/02/1.html

วันตรุษจีน (31 มกราคม) ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปที่อำเภอบางคล้า เป็นครั้งแรก
มีเวลาอยู่ที่นั่นเพียงสั้นๆ 3  ชั่วโมงครึ่ง แต่ได้อะไรกลับมามากมาย

เดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะไปเที่ยว แต่ตั้งใจจะไปเยี่ยมคารวะผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่นั่น

แต่เจ้าถิ่นได้กรุณาพาเราไปชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของตำบลบางคล้า  
และท่านเป็นคนที่ศึกษาและจดจำประวัติศาสตร์ไทยได้อย่างละเอียด  
เราจึงได้ฟังเกร็ดเรื่องราวต่างๆ ซึ่งมีหลายเรื่องที่แตกต่างจากเรื่องเล่าที่เราเคยทราบและเคยเชื่อ  
เช่น เรื่องพระนเรศวรชอบไก่ จริงหรือไม่ ? 

การไปบางคล้าครั้งนี้  ทำให้เราได้รู้จักบางคล้าในแง่มุมของสถานที่สำคัญสมัยสงครามกู้ชาติเมื่อ 200 กว่าปีก่อน
จากการถ่ายทอดของเจ้าถิ่นท่านนี้  

นี่ถ้ามาบางคล้าแล้วไม่ได้เข้าใจความสำคัญของที่นี่ และไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็เหมือนไม่ได้มา


สถานที่แห่งหนึ่งที่ท่านพาเราไปชมเป็นแห่งที่สอง ต่อจาก วัดโพธิ์ บางคล้า ก็คือ

วัดปากน้ำ (โจ้โล้) 

เราไม่ทราบมาก่อนว่าวัดปากน้ำเป็นอย่างไร  แต่ทันทีที่เลี้ยวรถเข้าไปในวัด
ภาพที่เห็นข้างหน้าทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ


พระอุโบสถสีทองทั้งหลัง !   

  

 วัดนี้ เรียกกันว่า วัดโบสถ์สีทอง



 WAT PAKNAM TEMPLE , BANGKLA, CHACHOENGSAO, THAILAND

泰国北柳府, 离市区 25 公里。


 
 เวลาประมาณบ่าย 2 โมงครึ่ง แดดที่วัดร้อนมาก   
ไกด์กิติมศักดิ์แห่งอำเภอบางคล้าให้เราลงไปถ่ายรูป และ
สักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินเพื่อเป็นสิริมงคลวันตรุษจีน 
พร้อมๆ กับเล่าประวัติความเป็นมาให้ฟัง
แดดจ้าแทงตาจนมองไม่เห็นว่าภาพที่ถ่ายนั้นชัดหรือไม่ เอียงหรือเปล่า เก็บได้ครบมั้ย
แต่ไม่รู้ล่ะ ขอถ่ายเก็บไว้ก่อน
นี่ถ้าไม่ได้ลงมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ต้องเสียดายไปอีกนานเลยค่ะ  

 ภาพวัดปากน้ำ บางคล้า


 
       โบสถ์สีทอง หรือพระอุโบสถสีทอง  วัดปากน้ำโจ้โล้  
อ. บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา
เป็นอุโบสถแห่งเดียวในประเทศไทยที่ทาสีทองทั้งหลัง
บริเวณที่ตั้งวัดปากน้ำโจ้โล้  ในอดีตบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของกองทัพพม่า
ซึ่งยกทัพบกทัพเรือมาสู้รบกับกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  
ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงมีชัยชนะทหารพม่า  จึงโปรดฯ ให้สร้างเจดีย์ไว้เป็นอนุสรณ์  
อุโบสถสีทองทั้งหลังเป็นหลังที่สร้างขึ้นภายหลัง 



  



ภาพวัดปากน้ำ บางคล้า 





 วัดปากน้ำแห่งนี้  อยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง  เป็นจุดที่แม่น้ำบางปะกงบรรจบกับคลองท่าลาด

ด้านขวาของวัดมีศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช - สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองของบางคล้า
ที่บางคล้า จะมีอนุสรณ์พระเจ้าตากสิน และ ศาลพระเจ้าตากสินตั้งอยู่หลายแห่ง






นี่เป็นภาพของศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในวัดโบสถ์สีทอง - วัดปากน้ำ  บางคล้า

泰国吞武里皇朝郑王庙(这座位于 Chachoengsao 府 PAKNAM 佛寺内)




การเดินทางไปบางคล้า 
ตอนที่ดิฉันไปอำเภอบางคล้า ก็ไปไม่ถูกค่ะ โทรไปถามที่ว่าการอำเภอบางคล้า
โชคดีเจอท่านปลัดอำเภอรับสายเอง ท่านอธิบายทางให้อย่างละเอียด
ต่อมาท่านนายอำเภอก็มาอธิบายเพิ่มเติมอีก
ดิฉันลงจากทางด่วนบูรพาวิถีที่บางปะกง - ฉะเชิงเทรา เลี้ยวเข้าถนนเส้นที่มุ่งหน้าฉะเชิงเทรา
ตรงไปจนถึง 3 แยกบายพาสเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา เลี้ยวขวา ไปตามทางหลวง 314 มุ่งหน้าพนมสารคาม
ข้ามแม่น้ำบางปะกง  เจอไฟแดงแยกแรกที่เลี้ยวเข้าเมืองฉะเชิงเทราให้ข้ามสะพานข้ามแยกตรงไปอีกประมาณ 18 ก.ม.
ถึงแยกไฟแดงที่สองนับจากสามแยกบายพาส  ให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทาง "ตลาดน้ำบางคล้า"
ไปอีก 5 ก.ม. ถึงตัวเมืองบางคล้า จะพบอนุสาวรีย์พระเจ้าตาก  
ไปชมวัดปากน้ำโจ้โล้  เริ่มจากอนุสาวรีย์ฯ ไปทางเดียวกับไปสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน  
ไปตามทางเรื่อยๆ  ไม่ไกล ประมาณ 1 - 2 ก.ม. จะเจอทางเลี้ยวซ้ายเข้าสถูปเจดีย์ฯ ให้ตรงไปอีกประมาณไมี่กี่ร้อยเมตร
จะเจอโรงเรียนปากน้ำโจ้โล้และวัดปากน้ำโจ้โล้  
หรือเหมารถโดยสารท้องถิ่นจากตลาดน้ำบางคล้าก็ได้ 
(จากการคอมเมนท์ของเพื่อนๆ ดิฉันจึงขอนำภาพแผนที่มาเพิ่มไว้ค่ะ)
ภาพแรก ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์จังหวัดฉะเชิงเทราค่ะ
เมื่อเ้ดินทางถึง 4 แยกบางคล้า ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางอีก 5 ก.ม. ถึงอำเภอบางคล้าค่ะ
ภาพที่ 2 ขอบคุณแผนที่จากเว็บไซต์คุ้มวิมานดิน
ำขวัญบางคล้า 
บางปะกงคู่ชีวี   พระสถูปเจดีย์คู่ถิ่น  ศาลพระเจ้าตากสินคู่บ้าน
อาหารคาวหวานคู่เมือง   ลือเลื่องค้างคาววัดโพธิ์
หลังจากชมวัดปากน้ำแล้ว  เราก็ได้ไปชมสถูปเจดีย์พระเจ้าตากฯ ที่อยู่ตรงข้ามฝั่งคลองของวัดนี้ 
ขอเอาวีดีโอคลิปมาให้ดูก่อนนะคะ ส่วนเรื่อง จะตามมาเอนทรี่หน้าค่ะ 



ขอขอบคุณ
พื้นที่ของกูเกิล ที่ให้เราได้แบ่งปันประสบการณ์ค่ะ
  
Flag Counter


Flag Counter

บางคล้า (1) ค้างคาวแม่ไก่ ที่วัดโพธิ์ บางคล้า ริมน้ำบางปะกง


ตรุษจีนไปอวยพรผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา  แล้วท่านก็พาไปชิมอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่น พาชมสถานที่สำคัญและงดงามของอำเภอบางคล้า  เล่าประวัติความสำคัญของบางคล้าให้ฟัง  ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยในช่วงนั้นที่น่าสนใจมาก

แหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ก็มี ดูค้างคาวแม่ไก่ที่วัดโพธิ์ บางคล้า  อุโบสถสีทองทั้งหลังที่วัดปากนำ้โจ้โล้  ซึ่งจุดที่ตั้งวัดเคยเป็นที่ตั้งทัพของทหารพม่า  แหล่งประวัติศาสตร์สำคัญสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 
บางคล้า มีของดีมากมาย
ำขวัญบางคล้านะคะ (ไปหามาหลังจากที่กลับจากบางคล้าแล้วค่ะ่)
บางปะกงคู่ชีวี   พระสถูปเจดีย์คู่ถิ่น   ศาลพระเจ้าตากสินคู่บ้าน
อาหารคาวหวานคู่เมือง   ลือเลื่องค้างคาววัดโพธิ์
ก่อนอื่น ดูค้างคาวแม่ไก่ ที่วัดโพธิ์ บางคล้า ริมน้ำบางปะกง จ. ฉะเชิงเทรา
 วัดโพธิ์ บางคล้า สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2310 - 2325 ในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช 



ภาพ ริมน้ำวัดโพธิ์ บางคล้า 



ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง


 วัดนี้มีค้างคาวแม่ไก่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และอยู่มานานมากแล้ว




ซูมดูค้างคาวที่ห้อยหัวอยู่บนต้นไม้
น่าทึ่งมาก ไม่เคยเห็นชัดๆ แบบนี้มาก่อนเลยค่ะ
ปกติเคยเห็นแต่ในถ้ำ ดำๆ จุดเล็กๆ
 




ที่น่าแปลก ก็คือ ท่านนายอำเภอและปลัดอำเภอเล่าให้ฟังว่า ค้างคาวเหล่านี้จะไม่กัดกินพืชผลของชาวบ้านแถวๆ วัดนี้  ตกเย็นก็จะพากันบินออกไปหากินที่อื่น
และจะเกาะกลุ่มกันอยู่ตามต้นไม้ในบริเวณวัดเท่านั้น ไม่เกาะตามต้นไม้ที่อยู่นอกบริเวณวัด














ค้างคาวแม่ไก่ ที่วัดโพธิ์ บางคล้า ตัวใหญ่มากๆ











แหล่งทัศนศึกษาที่สำคัญของอำเภอบางคล้า ยังมี
พระสถูปเจดีย์เจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ปากน้ำโจ้โล้







                อำเภอบางคล้า ห่างจากสามแยกบายพาสเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราไปทางอำเภอพนมสารคาม (314) 25 ก.ม.  
             เอาภาพค้างคาวมาชมก่อนนะคะ
............................
*** ถนนช่วงจากมอร์เตอร์เวย์จนถึง 3 แยกบายพาส (ทางหลวงหมายเลข 34) กำลังก่อสร้างทาง รถติดและฝุ่นเยอะมากๆ  
เพิ่มเติมข้อมูลการเดินทาง จากเว็บไซต์เทศบาลตำบลบางคล้า
การเดินทาง

1.ทางรถยนต์  : 
จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ 4 เส้นทาง
          1. จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 304  (กรุงเทพฯ - มีนบุรี – ฉะเชิงเทรา) ระยะทาง 75 กิโลเมตร
           2. จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 34 (ถนนสายบางนา – ตราด) จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข  314 (บางปะกง – ฉะเชิงเทรา) ระยะทาง 90 กิโลเมตร
           3. จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 3 (ผ่านสมุทรปราการ - บางปะกง) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 314 ระยะทาง 100 กิโลเมตร
           4. เส้นทางสายมอเตอร์เวย์  ( กรุงเทพฯ - ชลบุรี ) เลี้ยวซ้าย ออก ฉะเชิงเทรา

      ซึ่ง 4 เส้นทางข้างต้นต้องผ่านเข้าตัวเมือง ทาง อ.เมือง จ.เชิงเทราก่อน   หลังจากนั้น วิ่งเข้าเส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 304  มุ่งหน้าสู่ อ.พนมสารคาม  เมื่อถึง กม ที่ 17  ให้เลี้ยวซ้าย เข้า อ.บางคล้า ..  จากนั้นเมื่อเข้าถึงอำเภอเมืองบางคล้าและถึงบริเวณทางแยกป้อมตำรวจอำเภอบางคล้า  ให้เลี้ยวซ้ายและตรงไปอีกประมาณ 200 เมตรก็จะเห็นวัดโพธิ์บางคล้า
Video Clip ค้างคาวแม่ไก่ที่วัดโพธิ์ บางคล้า  ขออภัยที่ฝีมือถ่ายไม่ดี แต่อยากให้เห็นภาพเคลื่อนไหวค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=8dsZ7bHmjnc&feature=youtu.be




ขอขอบคุณพื้นที่ของกูเกิลที่ให้เราได้แบ่งปันประสบการณ์ค่ะ 


เรื่องเกี่ยวข้อง

Flag Counter


Flag Counter

วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

北京 BEIJING (10) 颐和园 Summer Palace ตอน 2 เกร็ดประวัติศาสตร์จีน

深入北京、走进北京。 เจาะลึกปักกิ่ง

รวมภาพพระราชวังฤดูร้อน อี๋เหอเหยวียน หรือ อี๋เหอหยวน  
หนึ่งในมรดกโลกกรุงปักกิ่ง 
2011 และ 2012 ต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว

 
Summer Palace Beijing, 
One of the world Heritage in Beijing
เที่ยวปักกิ่งแบบไปกันเอง  
北京颐和园 ---- 世界文化遗产之一


ประเทศที่มีอารยธรรม และมีประวัติศาสตร์ยาวนานทุกประเทศล้วนแต่มีและอนุรักษ์โบราณสถานต่างๆ เช่น พระราชวังซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ศูนย์กลางการเมืองการปกครองของชาติต่างๆ  ศาสนสถาน ฯลฯ  ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษากันทั้งสิ้น ไม่ว่าประวัติความเป็นมาจะเป็นอย่างไรก็ตาม  
เพราะถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์  วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ฯลฯ  อี๋เหอหยวน (พระราชวังฤดูร้อน) ก็เช่นกัน 


อี๋เหอหยวนได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก้ ให้เป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมตั้งแต่ปี 1997 


ทะเลสาบคุนหมิงที่อยู่ในอี๋เหอหยวน เดิมมีชื่อว่าทะเลสาบซีหู (ซึ่งเป็นการตั้งชื่อเลียนแบบทะเลสาบซีหูที่เมืองหังโจว)  ฮ่องเต้เฉียนหลงรับสั่งให้ใช้แรงงานมนุษย์ขุดขยายตั้งแต่ปี 1749 (自 1749 年起,乾隆下诏疏浚、开拓西湖。)เพื่อจัดงานฉลองวันพระราชสมภพแด่พระมารดาของพระองค์


พอมาถึงยุคที่พระนางซูสีไทเฮามีอำนาจ  ได้สร้างขยายและใช้วังแห่งนี้เป็นที่พักผ่อนรวมทั้งปรึกษาราชการ
บล็อกเกอร์ลูกเสือหมายเลข 9 ได้กรุณามาแสดงความเห็นโพสต์ไว้ในเอนทรี่ที่แล้วว่า
" .........การสร้างวังใหม่ของแต่ละรัชกาล  หมายถึงการสร้างอาณาจักรใหม่
ในอดีตเป็นเรื่องของการดูฤกษ์ยาม กระทั่งเวลาตกฟาก
ที่สำหรับองค์หนึ่ง..อาจจะไม่เหมาะกับอีกองค์หนึ่ง  ................... "
................................


ปี 1860 ทหารพันธมิตรอังกฤษและฝรั่งเศสบุกเข้าเมืองปักกิ่ง (เข้าปล้นชิงสมบัติมีค่าในพระราชวัง) และสั่งให้เผาพระตำหนักเหยวียนหมิงเหยวียน  รวมทั้งเผาอี๋เหอหยวนด้วย สมัยนั้นเรียกว่าอี๋ชิงหยวน 
1860 年(咸丰十年)九月,英法联军侵入北京,咸丰帝逃往承德避暑山庄。十月五日,联军占领海淀。十月十七日,联军司令额尔金下令放火焚烧圆明园。数日后,清漪园及三山五园的其他诸园均被焚毁。





1885 - 1894 พระนางซูสีไทเฮาเอางบประมาณทีใช้พัฒนากองทัพเรือมาบูรณะซ่อมแซมอี๋เหอหยวน จนเป็นเหตุให้การป้องกันประเทศขาดประสิทธิภาพ
1885 至 1894 年年间,慈禧太后以海军经费修复被毁的清漪园。


และเมื่อพระนางฯ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางปฏิรูปของฮ่องเต้กวางซวี่  พระราชวังแห่งนี้ก็กลายเป็น"คุก"ที่ใช้คุมขังฮ่องเต้กวางซวี่ (1889)
1898 年,光绪帝载湉宣布变法,实施新政。八月初六日,慈禧太后发动政变,变法失败,载湉被囚,慈禧再度垂帘听政。 


1900  พฤษภาคม กลุ่มอี้เหอถวนบุกเข้ากรุงปักกิ่งและเข้าล้อมสถานทูตต่างประเทศ  พระนางซูสีไทเฮาประกาศสงครามกับประเทศตะวันตก  สิงหาคมปีเดียวกัน  กองกำลัง 8 ชาติบุกเข้าปักกิ่ง และกองกำลังรัสเซีย อิตาลีเข้ายึดพระราชวังอี๋เหอหยวนวันที่ 15 สิงหาคม 1900  
1900 年,华北民间暴发义和团运动。五月,义和团进入北京,包围外国使馆。慈禧太后那拉氏以载湉的名义下诏向各国宣战。八月,八国联军兵临北京城,那拉氏与载湉逃往西安。八月十五日,沙俄,意大利军队相继进驻颐和园。

 

 การที่ทหารต่างชาติเข้ายึดจีนได้อย่างง่ายดาย  สาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากการที่กองทัพเรือของจีนซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการต่อสู้กับต่างชาติในสมัยนั้นขาดประสิทธิภาพเพราะถูกตัดงบประมาณ (เอามาบูรณะอี๋เหอหยวน)



1901  รัฐบาลของราชวงศ์ชิงต้องยอมเซ็นสัญญาสงบศึกกับประเทศต่างๆ ที่บุกยึดปักกิ่ง  ซึ่งชาวจีนถือว่าเป็นสัญญาที่แบ่งกันยึดครองดินแดนสำคัญๆ ของจีน ( แบ่งเค้ก)  ซึ่งทำให้ชาวจีนต้องสูญเสียชีวิตจำนวนมากจากสงครามและการกู้ชาติในเวลาต่อมา 
1901 年,清廷与列强签订辛丑条约,联军退出北京。


1902  ทันทีที่กลับเมืองปักกิ่ง  พระนางซูสีไทเฮาก็ใช้งบประมาณมหาศาลในการซ่อมแซมบูรณะพระราชวังที่ถูกต่างชาติทำลายแห่งนี้ และใช้สถานที่นี้จัดงานฉลองวันเกิด 70 พรรษา  
1908  พระนางซูสีไทเฮาสิ้นพระชนม์  ฮ่องเต้ปูยีขึ้นครองราชย์ขณะที่มีพระชนมายุ 3 พรรษา

1902 年,那拉氏与载湉返回北京,立即动用巨款修缮被联军破坏的颐和园。 

1904 年,那拉氏在颐和园举行七十寿辰的万寿庆典 

1908 年,载湉、那拉氏相继病死,三岁的溥仪继承皇位。 


หลังจากนั้น ชาวจีนผู้รักชาติทั้งในและนอกประเทศจีนได้จัดตั้งเป็นกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนอกที่นำโดย ดร.ซุนยัตเซ็น (孙中山先生)เคลื่อนไหวต่อต้านการรุกรานของต่างชาติ และกลุ่มของ ดร.ซุนยัตเซ็นสามารถยึดเมืองปักกิ่งได้ในปี 1911   สถาปนาประเทศจีนเป็นสาธารณรัฐ  ถือเป็นการสิ้นสุดยุคการปกครองของราชวงศ์ชิง (ซึ่งปกครองโดยชาวแมนจู) และสิ้นสุดการปกครองโดยฮ่องเต้  อำนาจการปกครองกลับคืนสู่มือชาวจีน (ชาวฮั่น)  



ประเทศจีนจึงถือว่า ปี 1911 เป็นปีสำคัญในการแบ่งช่วงประวัติศาสตร์  



นี่เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์จีนที่น่าเก็บรับเป็นอุทาหรณ์



ท่านบล็อกเกอร์ BlueHill  แห่งค่ายโอเคเนชั่น  ได้กรุณาโพสต์ความเห็นไว้ว่า 

**เรื่องราวในอดีตมีทั้งที่ควรจดจำและไม่ควรจดจำ
ที่ควรจดจำก็ช่วยกันศึกษาส่วนดีแล้วนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน
ที่ไม่ควรจดจำก็เรียนรู้ให้เข้าใจถ่องแท้ เพื่อป้องกันไม่ให้่เกิดขึ้นอีก
การศึกษาประวัติศาสตร์ จึงเป็นการทบทวนปัจจุบัน เพื่อทำความเข้าใจอนาคต ครับ

.....................................................................



ต้นไม้อายุหลายร้อยปีในอุทยาน











ถ้าช่วงไหนประเทศจีนได้ผู้ปกครองที่ดี มีคุณธรรม มีหลักการปกครองดี ก็จะเป็นช่วงที่ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข เศรษฐกิจและวัฒนธรรมเจริญรุ่งเรือง
แต่ช่วงที่เป็นปลายราชวงศ์ชิงซึ่งปกครองโดยชาวแมนจู ( รวมถึงพระนางซูสีไทเฮา แมนจู เป็นชนเผ่าส่วนน้อยที่เข้ามาปกครองชาวจีน ไม่ใช่ชาวจีน) อำนาจถูกกุมอยู่ในมือของพระนางซูสีไทเฮาและพวกพ้องที่เห็นแก่ความสุขส่วนตัว  จึงนำความหายนะมาสู่ชาวจีนในสมัยนั้น ราชวงศ์ชิงเป็นชนเผ่าหนึ่งที่รบเก่ง และบุกรุกแผ่นดินจีนโดยอาศัยการช่วยเหลือของคนจีนที่ขายชาติ  จึงอยากมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นอุทธาหรณ์  ถ้ามีคนขายชาติหรือชักศึกเข้าบ้าน 
ก็ไม่แน่เสมอไปว่าประเทศที่มีประชากรมากกว่าหลายเท่าจะถูกปกครองโดยคนชนชาติอื่นที่มีจำนวนน้อยกว่าไม่ได้

หวังว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์ในเชิงท่องเที่ยวแบบศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของโลกตะวันออก
หมายเหตุ 
สุวรรณา สนเที่ยง  ถอนความและเรียบเรียงจากต้นฉบับภาษาจีนของเว็บไซต์ทางการของ Yi He Yuan  โดยมีการเพิ่มเติมข้อมูลบางส่วน  

1860 (咸丰十年)九月,英法联军侵入北京,咸丰帝逃往承德避暑山庄。十月五日,联军占领海淀。十月十七日,联军司令额尔金下令放火焚烧圆明园。数日后,清漪园及“三山五园”的其他诸园均被焚毁。

1885 1894 年年间,慈禧太后以海军经费修复被毁的清漪园。
1888 年二月初一日以光绪帝载湉名义发布上谕,改“清漪园”之名为“颐和园”。

1898 ,光绪帝载湉宣布“变法”,实施“新政”。八月初六日,慈禧太后发动政变,变法失败,载湉被囚,慈禧再度垂帘听政。

1900 ,华北民间暴发义和团运动。五月,义和团进入北京,包围外国使馆。慈禧太后那拉氏以载湉的名义下诏向各国宣战。八月,八国联军兵临北京城,那拉氏与载湉逃往西安。八月十五日,沙俄,意大利军队相继进驻颐和园。

1901 ,清廷与列强签订“辛丑条约”,联军退出北京。

1902 ,那拉氏与载湉返回北京,立即动用巨款修缮被联军破坏的颐和园。

1904 ,那拉氏在颐和园举行七十寿辰的“万寿庆典”。

1908 ,载湉、那拉氏相继病死,三岁的溥仪继承皇位。

พระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน



จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระราชวังฤดูร้อน
ราโชทยานในกรุงปักกิ่ง *
พระราชวังฤดูร้อน หรือ อี๋เหอหยวน (จีนตัวเต็ม: 頤和園; จีนตัวย่อ: 颐和园; พินอิน: Yíhé Yuán; Gardens of Nurtured Harmony) เป็นพระราชวังอยู่ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับพระราชวังหยวนหมิงหยวน ห่างจากพระราชวังต้องห้ามไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 8 กิโลเมตร
อี๋เหอหยวนมีพื้นที่ประมาณ 2.9 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเนินเขาสูง 60 เมตร มีพระตำหนักอยู่บนเนิน และทะเลสาบคุนหมิง มีเนื้อที่ประมาณ 2.2 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น 3 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยทะเลสาบนี้เกิดจากการใช้แรงงานคน ขุดดินขึ้นไปถมเป็นเนินเขา สำหรับสร้างพระตำหนัก
อี๋เหอหยวนเริ่มก่อสร้างในสมัยราชวงศ์จิน (ค.ศ. 1115 - 1234) โดยจักรพรรดิ Hailingwang เมื่อย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่ปักกิ่ง และเป็น่ที่ประทับของจักรพรรดิราชวงศ์หยวน จนกระทั่งถึงรัชกาลของจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ทรงบูรณะและสร้างพระตำหนักแห่งใหม่บนเนินเขา ในปี ค.ศ. 1749
พระราชวังฤดูร้อนพร้อมด้วยอุทยานอี๋เหอหยวนได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ "พระราชวังฤดูร้อนและอุทยานในกรุงปักกิ่ง" ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 22 เมื่อปี พ.ศ. 2541 ที่เมืองเกียวโตะ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังต่อไปนี้
  • (i) - เป็นตัวแทนในการแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์
  • (ii) - เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
  • (iii) - เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยะธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว


หมายเหตุ
ข้อเขียนนี้โพสต์ครั้งแรก ที่ Permalink : http://www.oknation.net/blog/chineseclub

โดย เหล่าซือสุวรรณา

FB: https://www.facebook.com/SuwannaFutureC?ref=hl



Entry ที่เกี่ยวข้อง

北京 BEIJING (6) สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง 鸟巢 สนามกีฬารังนก สถาปัตยกรรมยุคใหม่



北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง (5) 天坛 - 世界文化遗产 เทียนฐาน TIANTAN



北京 BEIJING ปักกิ่ง (4)



北京 BEIJING สถานที่น่าสนใจในปักกิ่ง (3) BEIJING CAPITAL MUSEUM พิพิธภัณฑ์นครหลวงปักกิ่ง



北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง(2)前门 - 大栅栏 เฉียนเหมิน - ต้าซันหลัน QIANMEN - DA SHAN LAN



北京 BEIJING สถานที่ไม่ควรพลาดในปักกิ่ง(1)  前门 QIANMEN เฉียนเหมิน





08 - 02 - 2013 ได้รวมลิงก์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในหัวข้อ "เจาะลึกปักกิ่ง" ไว้ในเอนทรี่ข้างล่างนี้แล้ว





Flag Counter